<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>(แค่) บันทึกของหมอคนหนึ่ง</title>
	<atom:link href="http://www.justadoctor.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.justadoctor.com</link>
	<description>JustaDoctor.com โดย ณ.จิตต์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 21 Jun 2015 13:18:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>กฎและข้อคิดเล็กๆเตือนใจสำหรับแพทย์</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/mdspirit/doctors_rules.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/mdspirit/doctors_rules.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Jun 2015 13:12:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกในความเป็นแพทย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=475</guid>
		<description><![CDATA[<p>เมื่อตอนผมเป็นนักศึกษาแพทย์ได้ซื้อหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งชื่อว่า A little book of doctors&#8217; rules ของ Dr. Clifton K. Meador หนังสือเล่มนี้ัได้บรรจุข้อคิด กฎ และข้อเตือนใจมากมายสำหรับแพทย์ ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าซื้อมาราคาเท่าไร คิดว่าน่าจะประมาณร้อยกว่าบาท แต่ผมจำได้ดีเลยว่าพอได้อ่านครั้งแรกก็ชอบมาก หลังจากนั้นผมได้เอามาพลิกอ่านอยู่บ่อยๆ เพราะหลายอย่างที่เขียนอยู่ในนั้นเตือนใจเราได้เป็นอย่างดี มีทั้งกฎ ข้อคิด ข้อเตือนใจ ทั้งในความจริงเกี่ยวกับโรค คนไข้ แพทย์ รวมไปถึงการทำงาน Process การคิดของแพทย์ จริยธรรม และคุณธรรมของแพทย์ ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังเอามาอ่านอยู่บ่อยๆ</p>
<p>ลองดูตัวอย่างไหมครับ</p>

Being a physician is a high priviledge. Do not abuse it.
Just because you know a lot of physiology, biochemistry, and anatomy doest not mean <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/mdspirit/doctors_rules.html">กฎและข้อคิดเล็กๆเตือนใจสำหรับแพทย์</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อตอนผมเป็นนักศึกษาแพทย์ได้ซื้อหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งชื่อว่า A little book of doctors&#8217; rules ของ Dr. Clifton K. Meador หนังสือเล่มนี้ัได้บรรจุข้อคิด กฎ และข้อเตือนใจมากมายสำหรับแพทย์ ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าซื้อมาราคาเท่าไร คิดว่าน่าจะประมาณร้อยกว่าบาท แต่ผมจำได้ดีเลยว่าพอได้อ่านครั้งแรกก็ชอบมาก หลังจากนั้นผมได้เอามาพลิกอ่านอยู่บ่อยๆ เพราะหลายอย่างที่เขียนอยู่ในนั้นเตือนใจเราได้เป็นอย่างดี มีทั้งกฎ ข้อคิด ข้อเตือนใจ ทั้งในความจริงเกี่ยวกับโรค คนไข้ แพทย์ รวมไปถึงการทำงาน Process การคิดของแพทย์ จริยธรรม และคุณธรรมของแพทย์ ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังเอามาอ่านอยู่บ่อยๆ</p>
<p>ลองดูตัวอย่างไหมครับ</p>
<ul>
<li>Being a physician is a high priviledge. Do not abuse it.</li>
<li>Just because you know a lot of physiology, biochemistry, and anatomy doest not mean you know anything about life or people. Let your patient and other people teach you.</li>
<li>Time is the greatest diagnostician. Use it wisely.</li>
<li>You often have to throw out some result or finding. Choose wisely what you discard.</li>
<li>You cannot be everybody&#8217;s physician.</li>
<li>Learn to distinguish those patients for whom you can be their physician from those for whom you cannot. Refer the latter to another physician. Do it sooner than later.</li>
<li>Never tell a symptomatic patient, &#8220;There is nothing wrong with you.&#8221; It is demeaning and insulting.</li>
<li>With an undiagnosed seriously ill patient, there is probably a physician somewhere who will know what the patient has. Find that physician.</li>
<li>Treat the disease the patient has, not the disease you want the patient to have.</li>
<li>There is always a placebo effect acting. Learn what is a placebo about what you do and what is pharmacological. Keep the two separated in you clinical thinking.</li>
</ul>
<p>ในหนังสือเล่มเล็กๆนี้บรรจุถ้อยคำเหล่านี้ไว้มากมาย อ่านและสะกิดใจ และเตือนใจได้ดีเลยใช่ไหมครับ</p>
<p>เป็นที่น่าเสียดายที่หนังสือเล่มนี้ปัจจุบันไม่มีวางขายแล้ว ถ้ามีผมคงซื้อไว้อีกหลายเล่มแน่นอน และอาจซื้อเอาไปให้เป็นของฝากรุ่นน้องหลายๆคนด้วย ถ้าใครสนใจจริงๆลองเข้าไปหาที่ ebay.com หรือ amazon.com ดูก็ได้ครับ</p>
<p>แต่เท่าที่ลอง search ดูเล่นๆที่ Amazon.com มีคนเอามาขายอยู่บ้าง อยากรู้ราคาไหมครับ หนังสือเล่มนี้ราคามือสอง ตำ่สุดอยู่ที่ 170 USD หรือกว่า 5,400 บาท  ถ้าเป็นของใหม่ ราคาจะพุ่งไปถึง 460 USD หรือกว่า 14,000 บาทเลยทีเดียว ผมเชื่อว่าคนที่มีคงรักหนังสือเล่มนี้มากถึงตั้งราคาไว้สูงลิ่ว ใครสนใจจะเข้าไปดูก็ได้นะครับที่ร้าน Amazon.com  ตาม LINK นี้ <a href="http://www.amazon.com/Little-Book-Doctors-Rules-1e/dp/1560530618" target="_blank">http://www.amazon.com/Little-Book-Doctors-Rules-1e/dp/1560530618</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/mdspirit/doctors_rules.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แง่คิดจาก Textbook Harrison&#8217;s Principle of Internal Medicine</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/mdspirit/%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-textbook-harrisons-principle-of-internal-medicine.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/mdspirit/%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-textbook-harrisons-principle-of-internal-medicine.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Jul 2013 14:18:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกในความเป็นแพทย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=458</guid>
		<description><![CDATA[<p>เชื่อว่าแพทย์หลายๆคนโดยเฉพาะอายุรแพทย์ส่วนใหญ่ จะไม่มีใครไม่รู้จักตำราแพทย์ ที่ถือว่าเป็น Standard textbook ของ Internal Medicine เล่มหนึ่งคือ Harrison&#8217;s Principle of Internal Medicine ตำราเล่มนี้ถูกพิมพ์มายาวนานมาก ตั้งแต่คศ. 1950 จนถึงในปัจจุบันก็เป็น edition ที่ 18 แล้ว</p>
<p>นักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้านหลายคนเห็นขนาดหนังสือเล่มนี้แล้วก็ท้อ เพราะมีขนาดใหญ่มาก เป็นปกแข็ง 2 เล่ม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีส่วนที่เป็น electronic chapter อีกต่างหาก นัยว่าถ้าพิมพ์ลงเป็นกระดาษทั้งหมดหนังสือจะมีขนาดใหญ่กว่านี้อีกมาก</p>
<p>มีหลายบทครับใน Harrison&#8217;s ที่อยากจะแนะนำให้อ่านมากๆ โดยเฉพาะในบทแรกๆ รวมถึงบทที่ว่าด้วย symptomatology ต่างๆ น่าอ่านมาก แต่วันนี้จะมีแนะนำให้อ่านบทที่ 1 ก่อน ซึ่งผมว่าเป็นบทที่สำคัญ และเขียนได้ดีมาก เกี่ยวกับเวชปฏิบัติของการเป็นแพทย์ ซึ่งมีเนื้อหารวมถึงจริยธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้ และ professionalism ซึ่งมีหลายตอนที่ผมประทับใจครับ</p>
<p>จึงจะขอยกบางช่วง บางตอนมาให้ลองอ่านกันครับ</p>
<p>Physicians must never forget that patients <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/mdspirit/%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-textbook-harrisons-principle-of-internal-medicine.html">แง่คิดจาก Textbook Harrison&#8217;s Principle of Internal Medicine</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เชื่อว่าแพทย์หลายๆคนโดยเฉพาะอายุรแพทย์ส่วนใหญ่ จะไม่มีใครไม่รู้จักตำราแพทย์ ที่ถือว่าเป็น Standard textbook ของ Internal Medicine เล่มหนึ่งคือ Harrison&#8217;s Principle of Internal Medicine ตำราเล่มนี้ถูกพิมพ์มายาวนานมาก ตั้งแต่คศ. 1950 จนถึงในปัจจุบันก็เป็น edition ที่ 18 แล้ว</p>
<p>นักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้านหลายคนเห็นขนาดหนังสือเล่มนี้แล้วก็ท้อ เพราะมีขนาดใหญ่มาก เป็นปกแข็ง 2 เล่ม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีส่วนที่เป็น electronic chapter อีกต่างหาก นัยว่าถ้าพิมพ์ลงเป็นกระดาษทั้งหมดหนังสือจะมีขนาดใหญ่กว่านี้อีกมาก</p>
<p>มีหลายบทครับใน Harrison&#8217;s ที่อยากจะแนะนำให้อ่านมากๆ โดยเฉพาะในบทแรกๆ รวมถึงบทที่ว่าด้วย symptomatology ต่างๆ น่าอ่านมาก แต่วันนี้จะมีแนะนำให้อ่านบทที่ 1 ก่อน ซึ่งผมว่าเป็นบทที่สำคัญ และเขียนได้ดีมาก เกี่ยวกับเวชปฏิบัติของการเป็นแพทย์ ซึ่งมีเนื้อหารวมถึงจริยธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้ และ professionalism ซึ่งมีหลายตอนที่ผมประทับใจครับ</p>
<p>จึงจะขอยกบางช่วง บางตอนมาให้ลองอ่านกันครับ</p>
<blockquote><p><em>Physicians must never forget that patients are individual human beings with problems that all too often transcend their physical complaints.</em></p>
<p><em>They are not &#8220;cases&#8221; or &#8220;admissions&#8221; or &#8220;diseases&#8221;. Patients do not fail treatments; treatment fail to benefit patients.</em></p></blockquote>
<p><em> </em></p>
<blockquote><p><em>No greater opportunity, responsibility, or obligation can fall to the lot of a human being than become a physician. In the care of the suffering, [the physician] needs technical skill, scientific knowledge, and human understandings&#8230;</em></p>
<p><em>Tact, sympathy, and understanding are expected of the physician, for the patient is no mere collection of symptoms, signs, disordered functions, damaged organs, and disturbed emotions.</em></p>
<p><em>[The patient] is human, fearful, and hopeful, seeking relief, help and reassurance.</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/mdspirit/%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-textbook-harrisons-principle-of-internal-medicine.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Role Model บทบาทที่ขาดไม่ได้ของอาจารย์แพทย์</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/mdspirit/role-model.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/mdspirit/role-model.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Jun 2013 15:02:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกในความเป็นแพทย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=448</guid>
		<description><![CDATA[<p>มีคนกล่าวไว้ว่า ครูที่ดีย่อมไม่สั่งสอนศิษย์แต่เฉพาะเรื่องวิชาการที่ตนเองรับผิดชอบเท่านั้น แต่ครูที่ดีจะต้องถ่ายทอดทั้งความรู้ ความดีงาม ศีลธรรม ตลอดจนประพฤติตัวให้แบบอย่างที่ดีให้กับศิษย์ด้วย ผมเห็นด้วย 100% เลยครับ โดยเฉพาะในการเรียนแพทย์</p>
<p>ลองนึกดูนะครับ นักศึกษาแพทย์ชั้นปี 4 ปี 5 เมื่อขึ้น Ward ใหม่ๆจะมีความเข้าใจในวิชาชีพแพทย์ได้อย่างไร ไม่มีทางเป็นไปได้เลยครับ ความเป็นแพทย์จะต้องถูกปลูกฝังทีละเล็กทีละน้อย โดยน้องๆจะต้องดูแบบอย่างจากพี่ๆ ทั้ง extern, resident, fellow รวมถึงอาจารย์แพทย์ด้วย น้องๆจะค่อยๆซึมซับความเป็นแพทย์ไปทีละน้อย เริ่มเรียนรู้ทักษะการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การสื่อสาร รวมทั้ง bedside manner และจรรยาแพทย์ต่างๆในขณะที่ขึ้น ward ซึ่ง 2 ประการหลังผมว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหรืออาจจะสำคัญกว่าความรู้ทางวิชาการด้วยซ้ำ</p>
<p>แพทย์ทุกคนคงเคยถูกสั่งสอนมาว่า แพทย์ที่ดีต้องมีจิตใจที่พร้อมจะเสียสละ ตั้งใจใช้ความรู้ความสามารถในการรักษาคนไข้อย่างเต็มที่ เอื้ออาทรคนไข้ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้เกียรติคนไข้ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัว และอีกมากมาย ถ้าจะให้ list คุณสมบัติที่ดีของแพทย์คงสามารถ list ได้ยาวเป็นหน้ากระดาษ ผมเชื่อว่าทุกคนคงรู้ว่าแพทย์ที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร แต่เราจะทำอย่างไรจะปลูกฝังคุณสมบัติที่ดีเหล่านี้ไปให้แพทย์รุ่นหลังๆได้ล่ะครับ</p>
<p>ต่อให้เรา lecture เรื่องเหล่านี้ พูดแล้วพูดอีก ก็ยากที่ปลูกฝังคุณสมบัติที่ดีเหล่านั้นได้ ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุด <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/mdspirit/role-model.html">Role Model บทบาทที่ขาดไม่ได้ของอาจารย์แพทย์</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีคนกล่าวไว้ว่า ครูที่ดีย่อมไม่สั่งสอนศิษย์แต่เฉพาะเรื่องวิชาการที่ตนเองรับผิดชอบเท่านั้น แต่ครูที่ดีจะต้องถ่ายทอดทั้งความรู้ ความดีงาม ศีลธรรม ตลอดจนประพฤติตัวให้แบบอย่างที่ดีให้กับศิษย์ด้วย ผมเห็นด้วย 100% เลยครับ โดยเฉพาะในการเรียนแพทย์</p>
<p>ลองนึกดูนะครับ นักศึกษาแพทย์ชั้นปี 4 ปี 5 เมื่อขึ้น Ward ใหม่ๆจะมีความเข้าใจในวิชาชีพแพทย์ได้อย่างไร ไม่มีทางเป็นไปได้เลยครับ ความเป็นแพทย์จะต้องถูกปลูกฝังทีละเล็กทีละน้อย โดยน้องๆจะต้องดูแบบอย่างจากพี่ๆ ทั้ง extern, resident, fellow รวมถึงอาจารย์แพทย์ด้วย น้องๆจะค่อยๆซึมซับความเป็นแพทย์ไปทีละน้อย เริ่มเรียนรู้ทักษะการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การสื่อสาร รวมทั้ง bedside manner และจรรยาแพทย์ต่างๆในขณะที่ขึ้น ward ซึ่ง 2 ประการหลังผมว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหรืออาจจะสำคัญกว่าความรู้ทางวิชาการด้วยซ้ำ</p>
<p>แพทย์ทุกคนคงเคยถูกสั่งสอนมาว่า แพทย์ที่ดีต้องมีจิตใจที่พร้อมจะเสียสละ ตั้งใจใช้ความรู้ความสามารถในการรักษาคนไข้อย่างเต็มที่ เอื้ออาทรคนไข้ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้เกียรติคนไข้ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัว และอีกมากมาย ถ้าจะให้ list คุณสมบัติที่ดีของแพทย์คงสามารถ list ได้ยาวเป็นหน้ากระดาษ ผมเชื่อว่าทุกคนคงรู้ว่าแพทย์ที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร แต่เราจะทำอย่างไรจะปลูกฝังคุณสมบัติที่ดีเหล่านี้ไปให้แพทย์รุ่นหลังๆได้ล่ะครับ</p>
<p>ต่อให้เรา lecture เรื่องเหล่านี้ พูดแล้วพูดอีก ก็ยากที่ปลูกฝังคุณสมบัติที่ดีเหล่านั้นได้ ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือ อาจารย์แพทย์จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศึกษาแพทย์ ต้องทำให้ดู และทำอย่างจริงใจ นักศึกษาแพทย์จะเรียนรู้และเกิดความประทับใจ และค่อยๆซึมซับคุณสักษณะที่ดีนั้นไปทีละน้อยทีละน้อย</p>
<p>ผมเองยังจำได้เลยครับ ตั้งแต่ขึ้น ward ใหม่ๆ ผมโชคดีที่ได้เจออาจารย์แพทย์หลายท่าน ที่เป็นอาจารย์แพทย์ที่ประเสริฐ น่ายกย่องมาก ท่านไม่เพียงแค่สอนทางวิชาการ แต่ท่านยังทำให้ดูถึงการปฏิบัติ การสื่อสารกับคนไข้ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ตลอดจนท่านได้แสดงความเมตตาและหวังดีต่อลูกศิษย์อย่างจริงใจ ซึ่งต้องบอกว่าหลายๆท่านได้สร้างความประทับใจ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้ผมได้มากจริงๆ ทำให้ผมอยากสอน อยากเป็นอาจารย์แพทย์ที่ดีให้ได้เหมือนท่าน และอยากปลูกฝังและถ่ายทอดสิ่งดีๆให้แพทย์รุ่นหลังต่อไป รุ่นต่อรุ่น</p>
<p>อยากมาชวนกันครับ สำหรับแพทย์รุ่นพี่ทั้งหลาย เรามาช่วยกันปลูกฝังความดีงามให้เกิดในใจแพทย์รุ่นหลังเถอะครับ โดยการเป็นตัวอย่าง เป็นแม่แบบที่ดีให้รุ่นน้อง การสร้างหมอที่ดีขึ้นมาสักคนได้ ไม่ใช่ของง่าย เราต้อง round แล้ว round อีก สอนแล้วสอนอีก ค่อยๆปลูกฝัง แต่ผมว่าถ้าเราทำได้ สร้างแรงบันดาลใจให้หมอสักคนได้จะเป็นบุญอันมหาศาล แพทย์ที่ดีเพียงหนึ่งคนทำประโยชน์ได้มากมายกว่าที่เราคิดนัก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/mdspirit/role-model.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โลกต้องการคนดี&#8230;</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/dharma1.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/dharma1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Mar 2013 13:51:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=433</guid>
		<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-434" title="1362641909-2JPG-o" src="http://www.justadoctor.com/wp-content/uploads/2013/03/1362641909-2JPG-o-300x300.jpg" alt="" width="450" height="450" /></p>
<p style="text-align: left;">ขออนุญาต share ข้อคิดดีๆที่ได้อ่านจากห้องศาสนา ใน pantip.com ซึ่งคาดว่าจะได้มาจาก facebook ธรรมะอินเทรนด์ ธรรมะออนไลน์ อีกต่อหนึ่ง</p>
<p style="text-align: left;">ขอกราบท่านอาจารย์ประยุทธ์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด</p>
<p <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/dharma1.html">โลกต้องการคนดี&#8230;</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.justadoctor.com/wp-content/uploads/2013/03/1362641909-2JPG-o.jpg"><img class="aligncenter  wp-image-434" title="1362641909-2JPG-o" src="http://www.justadoctor.com/wp-content/uploads/2013/03/1362641909-2JPG-o-300x300.jpg" alt="" width="450" height="450" /></a></p>
<p style="text-align: left;">ขออนุญาต share ข้อคิดดีๆที่ได้อ่านจากห้องศาสนา ใน pantip.com ซึ่งคาดว่าจะได้มาจาก<a href="http://www.facebook.com/dhammaintrend"> facebook ธรรมะอินเทรนด์ ธรรมะออนไลน์</a> อีกต่อหนึ่ง</p>
<p style="text-align: left;">ขอกราบท่านอาจารย์ประยุทธ์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด</p>
<p style="text-align: left;">ณ.จิตต์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/dharma1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อย่าร้องไห้เพราะนมหก</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Jul 2012 15:04:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกข้อคิด/คำคมจากหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=428</guid>
		<description><![CDATA[<p>&#8230;.ในทันทีทันใดนั้นเอง ครูก็เอามือไปปัดโดน ขวดนมแตกดังโครมลงในอ่างล้ามมือ ครั้นแล้ว  ครูเรียกนักเรียนทุกคนมาที่อ่างล้างมือ  แล้วบอกนักเรียนทุกคนดูที่ขวดนมที่แตกกระจัด กระจายอยู่ แล้วพูดว่า &#8220;เธอจงมองดูให้ดี ฉัน ต้องการให้เธอทุก คนจำบทเรียนนี้ไว้ตลอดชีวิต ของเธอ นมไม่มีเหลืออยู่เลย เธอจะเห็นว่ามันไหล ลงท่อหมดแล้ว เธอจะร้องเอะอะโวยวายหรือ จะเสียอกเสียใจขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถ นำมันคืนมาได้ แม้แต่หยดเดียว แต่ถ้าเราใช้สติ    ปัญญาเล็กน้อยนมอาจจะไม่หก แต่ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว มีทางเดียวที่เราควรกระทำคือ ถือว่ามันสูญสิ้นไปแล้ว ลืมมันเสีย แล้วหาทางแก้ไขหรือถ้าแก้ไม่ได้ก็ทำอย่างอื่นต่อไป เพราะฉะนั้นอย่าร้องไห้เพราะนมหก&#8230;..</p>
<p>จาก วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข
ของ <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81.html">อย่าร้องไห้เพราะนมหก</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8230;.ในทันทีทันใดนั้นเอง ครูก็เอามือไปปัดโดน ขวดนมแตกดังโครมลงในอ่างล้ามมือ ครั้นแล้ว  ครูเรียกนักเรียนทุกคนมาที่อ่างล้างมือ  แล้วบอกนักเรียนทุกคนดูที่ขวดนมที่แตกกระจัด กระจายอยู่ แล้วพูดว่า &#8220;เธอจงมองดูให้ดี ฉัน ต้องการให้เธอทุก คนจำบทเรียนนี้ไว้ตลอดชีวิต ของเธอ นมไม่มีเหลืออยู่เลย เธอจะเห็นว่ามันไหล ลงท่อหมดแล้ว เธอจะร้องเอะอะโวยวายหรือ จะเสียอกเสียใจขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถ นำมันคืนมาได้ แม้แต่หยดเดียว แต่ถ้าเราใช้สติ    ปัญญาเล็กน้อยนมอาจจะไม่หก แต่ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว มีทางเดียวที่เราควรกระทำคือ ถือว่ามันสูญสิ้นไปแล้ว ลืมมันเสีย แล้วหาทางแก้ไขหรือถ้าแก้ไม่ได้ก็ทำอย่างอื่นต่อไป เพราะฉะนั้นอย่าร้องไห้เพราะนมหก&#8230;..</p>
<p>จาก วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข<br />
ของ Dale Carnegie</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จงปล่อย จงวาง</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Jul 2012 14:50:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกข้อคิด/คำคมจากหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=423</guid>
		<description><![CDATA[
<p style="padding-left: 30px;">ภิกษุนั้นตอบว่า &#8220;ผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงสั่งสอนว่าให้ปล่อยให้วาง ทั้งข้างหน้า ข้างหลัง และท่ามกลาง มิให้ติดอยู่ในอารณ์อันเป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน อารมณ์ที่พอใจหรือไม่พอใจอันใดเกิดขึ้น จงปล่อย จงวางให้เป็นกองๆไว้ณ.ที่นั้น อย่านำมาเก็บไว้ แบกไว้ ใครด่าว่าเราบนบก จงกองคำด่านั้นไว้บนบก อย่านำติดไปในน้ำด้วย เขาด่าว่าเราในน้ำ จงกองคำด่านั้นไว้ในน้ำ อย่านำติดมาบนบก หรือเขาด่าว่าเราในเมือง จงกองไว้ในเมือง อย่านำติดมาจนถึงเชตวนารามนี้&#8221;</p>
<p style="padding-left: 30px;">
<p>จาก: ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ หน้า 42</p>
<p>ของ: <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87.html">จงปล่อย จงวาง</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote>
<p style="padding-left: 30px;">ภิกษุนั้นตอบว่า &#8220;ผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงสั่งสอนว่าให้ปล่อยให้วาง ทั้งข้างหน้า ข้างหลัง และท่ามกลาง มิให้ติดอยู่ในอารณ์อันเป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน อารมณ์ที่พอใจหรือไม่พอใจอันใดเกิดขึ้น จงปล่อย จงวางให้เป็นกองๆไว้ณ.ที่นั้น อย่านำมาเก็บไว้ แบกไว้ ใครด่าว่าเราบนบก จงกองคำด่านั้นไว้บนบก อย่านำติดไปในน้ำด้วย เขาด่าว่าเราในน้ำ จงกองคำด่านั้นไว้ในน้ำ อย่านำติดมาบนบก หรือเขาด่าว่าเราในเมือง จงกองไว้ในเมือง อย่านำติดมาจนถึงเชตวนารามนี้&#8221;</p>
<p style="padding-left: 30px;">
<p>จาก: ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ หน้า 42</p>
<p>ของ: อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยู่กับปัจจุบัน&#8230;เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%87.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Mar 2012 15:37:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=398</guid>
		<description><![CDATA[<p style="text-align: left;">เมื่อเร็วๆนี้ผมเพิ่งได้มีโอกาสฟังเสียงอ่านหนังสือปาฏิหารย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ ของท่าน ติช นัท ฮันท์ แล้วรู้สึกประทับใจมาก คำสอนของท่านช่างดูเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งมาก ท่านจะสอนเน้นเรื่องการมีสติอยู่กับปัจจุบัน ฟังดูง่ายและตรงไปตรงมาใช่ไหมครับ แต่ลองคิดดูดีๆนะครับว่า จริงๆแล้วในชีวิตประจำวันของพวกเรา มีใครสามารถใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันได้อย่างแท้จริงบ้าง เวลาเราทำอะไรสักอย่าง ใจของเราอยู่ที่ไหน อยู่กับปัจจุบันหรือไม่</p>
<p>ท่านติช นัท ฮันท์ ยกตัวอย่างง่ายๆให้เราฟังว่า เวลาล้างจาน ใจเราอยู่กับการล้างจานหรือไม่ เราล้างจานกันเป็นไหม ดังคำในหนังสือตอนหนึ่งว่า</p>
<p style="padding-left: 30px;">&#8220;&#8230;ถ้าหากว่าขณะล้างจาน  เราไปคิดถึงแต่ว่าเดี๋ยวจะไปดื่มน้ำชา หรือคิดถึงเรื่องอื่นที่จะมาในอนาคต  เราก็จะรีบล้างจานให้เสร็จๆ ไป  เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่น่ารำคาญเหลือเกินแหละ เราไม่ได้  &#8220;ล้างจานเพื่อล้างจาน&#8221; แล้ว  และยิ่งกว่านั้น   ตอนล้างจานเราก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วย   เราไม่อาจจะเข้าถึงความมหัศจรรย์ของชีวิตขณะที่เรายืนอยู่ที่อ่างล้างจานได้    และถ้าเราล้างจานไม่เป็น  ตอนที่เราดื่มน้ำชาเราก็ไม่ได้ดื่มน้ำชาด้วย   เพราะเรามัวจะไปนึกถึงเรื่องอื่นเสีย  <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%87.html">อยู่กับปัจจุบัน&#8230;เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">เมื่อเร็วๆนี้ผมเพิ่งได้มีโอกาสฟังเสียงอ่านหนังสือปาฏิหารย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ ของท่าน ติช นัท ฮันท์ แล้วรู้สึกประทับใจมาก คำสอนของท่านช่างดูเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งมาก ท่านจะสอนเน้นเรื่องการมีสติอยู่กับปัจจุบัน ฟังดูง่ายและตรงไปตรงมาใช่ไหมครับ แต่ลองคิดดูดีๆนะครับว่า จริงๆแล้วในชีวิตประจำวันของพวกเรา มีใครสามารถใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันได้อย่างแท้จริงบ้าง เวลาเราทำอะไรสักอย่าง ใจของเราอยู่ที่ไหน อยู่กับปัจจุบันหรือไม่</p>
<p>ท่านติช นัท ฮันท์ ยกตัวอย่างง่ายๆให้เราฟังว่า เวลาล้างจาน ใจเราอยู่กับการล้างจานหรือไม่ เราล้างจานกันเป็นไหม ดังคำในหนังสือตอนหนึ่งว่า</p>
<p style="padding-left: 30px;"><em>&#8220;&#8230;ถ้าหากว่าขณะล้างจาน  เราไปคิดถึงแต่ว่าเดี๋ยวจะไปดื่มน้ำชา หรือคิดถึงเรื่องอื่นที่จะมาในอนาคต  เราก็จะรีบล้างจานให้เสร็จๆ ไป  เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่น่ารำคาญเหลือเกินแหละ เราไม่ได้  &#8220;ล้างจานเพื่อล้างจาน&#8221; แล้ว  และยิ่งกว่านั้น   ตอนล้างจานเราก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วย   เราไม่อาจจะเข้าถึงความมหัศจรรย์ของชีวิตขณะที่เรายืนอยู่ที่อ่างล้างจานได้    และถ้าเราล้างจานไม่เป็น  ตอนที่เราดื่มน้ำชาเราก็ไม่ได้ดื่มน้ำชาด้วย   เพราะเรามัวจะไปนึกถึงเรื่องอื่นเสีย  เกือบจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเรามีถ้วยชาอยู่ในมือ   ด้วยเหตุนี้เราก็เลยหลงเข้าไปอยู่ในโลกของอนาคต  และจริงแล้วมันหมายความว่า  เรามีชีวิตอย่างแท้จริงไม่เป็นเลยสักนิดเดียว&#8221;</em></p>
<p style="padding-left: 30px;"><em>&#8220;&#8230;.เรื่องเกี่ยวกับส้มและจิมก็เป็นเหมือนอย่างนี้  ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว   จิมกับครูนั่งกินส้มด้วยกัน  และคุยกันถึงสิ่งที่เราจะทำในอนาคต   ในตอนนั้นถ้าเมื่อไรเราคิดถึงโครงการที่น่าทำ   หรืองดงามได้สักโครงการหนึ่ง  จิมจะจมดิ่งเข้าไปในโครงการนั้นอย่างเต็มที่   จนพูดได้ว่าเขาลืมนึกว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในขณะปัจจุบัน   จิมหยิบส้มใส่ปากชิ้นหนึ่ง  และยังไม่ทันจะเริ่มเคี้ยว   ส้มอีกชิ้นหนึ่งก็เตรียมจะตามเข้าไป  เขาหยิบส้มใส่ปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า   แทบจะไม่มีจังหวะหยุดเลย  ดูแทบจะไม่รู้ตัวเอาเลยว่าเขากำลังกินส้ม   ครูต้องปลุกจิมให้ตื่นขึ้นมารับรู้ว่า  ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่   โดยบอกเขาว่า  &#8220;เธอควรจะกินส้มชิ้นที่เธอใส่เข้าไปในปากเสียก่อน&#8221;   ครูพยายามชี้ให้เขาเห็นว่า  เขาไม่ได้กินส้มอยู่เลย   เพียงแต่ใส่กลีบส้มเข้าปากกลีบต่อกลีบอย่างรวดเร็วเท่านั้น  ครูจึงดุเขา   และความจริงเขาก็ไม่ได้กินส้มอยู่  <span>จริงๆ ถ้าจะพูดให้ถูก  เขากำลังกิน  &#8220;โครงการในอนาคต&#8221; มากกว่า</span> มีใครบางคนกล่าวไว้ว่า  <span>&#8220;ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน  เวลามอง  คุณก็จะไม่เห็น  ฟังแต่จะไม่ได้ยิน  กินแต่จะไม่ได้ลิ้มรส&#8221;</span>&#8230;.</em></p>
<p>อยากให้ลองฟังกันและคิดตามนะครับ</p>
<p><iframe width="480" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/ndByNLpEiOw" frameborder="0" allowfullscreen></iframe><br />
ขอถือโอกาสนี้กราบนมัสการท่านติช นัท ฮันท์ ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด<br />
ณ.จิตต์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำสอนจากอาจารย์แพทย์ (2)</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/mdspirit/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-2.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/mdspirit/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2011 15:47:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกในความเป็นแพทย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=383</guid>
		<description><![CDATA[<p>ผมยังจำได้ดีถึงคำสอนอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งได้ยินตอนผ่านสูติศาสตร์ มีอาจารย์ท่านหนึ่งท่านพูดสอนไว้ ซึ่งผมประทับใจมาก และนำไปสอนต่ออยู่บ่อยๆ ท่านเน้นว่าการเรียนแพทย์ให้ได้ดีนั้น คือต้องใส่ใจ ช่างสังเกตุ หัดตั้งคำถาม และพยายามหาคำตอบด้วยตัวเองเสมออย่าปล่อยให้มันผ่านมาแล้วผ่านไป โดยไม่ได้เรียนรู้อะไร</p>
<p>ท่านเปรียบนักศึกษาแพทย์พวกเราว่า เมื่อเราเรียนหนังสือ ก็เหมือนกับพวกเราไปนั่งอยู่ในสวนแห่งหนึ่ง มองท้องฟ้า ดูนกที่กำลังบินไปบินมา นักศึกษาแพทย์บางคนก็เริ่มสนใจ ช่างสังเกตุ และพยายามเรียนรู้ว่า หน้าตา รูปร่าง ลักษณะของนกที่บินมามันเป็นอย่างไร วันเวลาผ่านไปเขาก็เรียนรู้ขึ้นทีละเล็กทีละน้อย เริ่มรู้ว่านกที่บินมาชื่ออะไร มีรูปร่างลักษณะอย่างไร บินมาเดี่ยวๆหรือเป็นคู่ หรือมาทั้งฝูง ตัวไหนตัวผู้ตัวไหนตัวเมีย ในไม่ช้าไม่นาน เขาก็เป็นผู้เชียวชาญเรื่องนกขึ้นมาได้ แต่นักศึกษาแพทย์บางคนนั่งดูนกเหมือนกันแต่ไม่ได้สนใจอะไร เห็นมันบินผ่านมาแล้วผ่านไปทุกวัน ก็รู้แค่ว่า นั่นก็นก นี่ก็นก ไม่เห็นจะมีอะไร เมื่อเรียนจบเขาก็ไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลย</p>
<p>นักศึกษาแพทย์ก็เหมือนกันครับ เวลาขึ้น ward ใหม่ๆ ยังซักประวัติ ตรวจร่างกายไม่เก่งนัก ก็ต้องฝึกฝน ค่อยๆเรียนรู้กันไป และเรียนรู้อาการหรือโรคไปทีละ 1-2 อย่าง ข้อสำคัญคือ อย่าเรียนแบบผ่านๆ ไม่ใช่ว่าเจอคนไข้ปวดท้องที่ OPD หลายๆ case ก็ไม่ได้สนใจอะไร คิดว่า นี่ก็คนไข้ปวดท้อง นั่นก็คนไข้ปวดท้องอีกแล้ว <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/mdspirit/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-2.html">คำสอนจากอาจารย์แพทย์ (2)</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมยังจำได้ดีถึงคำสอนอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งได้ยินตอนผ่านสูติศาสตร์ มีอาจารย์ท่านหนึ่งท่านพูดสอนไว้ ซึ่งผมประทับใจมาก และนำไปสอนต่ออยู่บ่อยๆ ท่านเน้นว่าการเรียนแพทย์ให้ได้ดีนั้น คือต้องใส่ใจ ช่างสังเกตุ หัดตั้งคำถาม และพยายามหาคำตอบด้วยตัวเองเสมออย่าปล่อยให้มันผ่านมาแล้วผ่านไป โดยไม่ได้เรียนรู้อะไร</p>
<p>ท่านเปรียบนักศึกษาแพทย์พวกเราว่า เมื่อเราเรียนหนังสือ ก็เหมือนกับพวกเราไปนั่งอยู่ในสวนแห่งหนึ่ง มองท้องฟ้า ดูนกที่กำลังบินไปบินมา นักศึกษาแพทย์บางคนก็เริ่มสนใจ ช่างสังเกตุ และพยายามเรียนรู้ว่า หน้าตา รูปร่าง ลักษณะของนกที่บินมามันเป็นอย่างไร วันเวลาผ่านไปเขาก็เรียนรู้ขึ้นทีละเล็กทีละน้อย เริ่มรู้ว่านกที่บินมาชื่ออะไร มีรูปร่างลักษณะอย่างไร บินมาเดี่ยวๆหรือเป็นคู่ หรือมาทั้งฝูง ตัวไหนตัวผู้ตัวไหนตัวเมีย ในไม่ช้าไม่นาน เขาก็เป็นผู้เชียวชาญเรื่องนกขึ้นมาได้ แต่นักศึกษาแพทย์บางคนนั่งดูนกเหมือนกันแต่ไม่ได้สนใจอะไร เห็นมันบินผ่านมาแล้วผ่านไปทุกวัน ก็รู้แค่ว่า นั่นก็นก นี่ก็นก ไม่เห็นจะมีอะไร เมื่อเรียนจบเขาก็ไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลย</p>
<p>นักศึกษาแพทย์ก็เหมือนกันครับ เวลาขึ้น ward ใหม่ๆ ยังซักประวัติ ตรวจร่างกายไม่เก่งนัก ก็ต้องฝึกฝน ค่อยๆเรียนรู้กันไป และเรียนรู้อาการหรือโรคไปทีละ 1-2 อย่าง ข้อสำคัญคือ อย่าเรียนแบบผ่านๆ ไม่ใช่ว่าเจอคนไข้ปวดท้องที่ OPD หลายๆ case ก็ไม่ได้สนใจอะไร คิดว่า นี่ก็คนไข้ปวดท้อง นั่นก็คนไข้ปวดท้องอีกแล้ว ไม่ได้สนใจเรียนรู้ถึงที่มาว่าทำไมเขาถึงปวดท้อง เกิดจากอะไรได้บ้าง มี pathophysiology อะไร มีข้อมูลอะไรที่เรายังไม่ได้ซัก ถ้าไม่สนใจเรียนรู้ด้วยตัวเอง คิดว่านี่ก็ปวดท้อง นั่นก็ปวดท้อง ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กทีนั่งดูนก และบอกว่านั่นก็นก นี่ก็นก เมื่อเรียนจบจะเป็นแพทย์ที่ดีได้อย่างไร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/mdspirit/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บางเหลี่ยมบางมุมของแต่ละคน</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Dec 2011 15:22:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=377</guid>
		<description><![CDATA[<p>เคยลองสังเกตดูไหมครับว่า พวกเราแต่ละคนบางครั้งมีความเข้มงวดกับตัวเองในบางแง่บางมุม ในเวลาเดียวกันบางแง่บางมุมเราก็จะผ่อนปรนกับตัวเอง เช่น ตัวอย่างง่ายๆ เช่น หลายคนกลัวอ้วนมาก ไม่ยอมกินขนมหวาน ของมัน หรือ กะทิเลย แต่ถ้าเป็นของโปรดเช่นน้ำอัดลม จะกินได้โดยไม่คิดมากเรื่องอ้วน หรือบางคน sensitive เรื่องการใช้เงิน จะประหยัดมาก ไม่ยอมซื้ออะไรเลย แต่อาจจะมีของบางอย่างที่เจ้าตัวชอบจะซื้อ และซื้อได้โดยไม่คิดมากนัก นั่นคือการเข้มงวดในบางอย่างและผ่อนให้กับตัวเองในบางอย่าง ผมว่านี่คือเรื่องปกติของทุกคน ทุกคนมักจะมีแง่มุมเช่นนี้เสมอ</p>
<p>หรือในเรื่องความละเอียด ความเอาใจใส่ก็เช่นกัน เราคงเคยเห็นที่หลายคนดูจะเป็นคนไม่มีระเบียบเลย โต๊ะไม่จัด ของกองๆไว้ และดูไม่ใส่ใจอะไรเลย แต่เขาอาจมีบางแง่ที่มีความละเอียดอยู่ก็ได้ เช่นเขาอาจเป็นคนพิถีพิถันเรื่องการกิน ต้องมีขั้นตอน หรือมีพิธีรีตองเป็นต้น ในทางตรงข้าม บางคนดูจะเป็นคนละเอียดไปทุกเรื่อง แต่ในเรื่องบางอย่างเขาอาจจะไม่ใส่ใจก็ได้</p>
<p>ผมว่าจุดนี้เป็นจุดสำคัญในการอยู่ร่วมกันที่เราต้องมองให้ออก และเข้าใจในกันและกัน โดยเฉพาะคนในครอบครัวหรือสามีภรรยา หลายๆคู่ถ้าไม่เข้าใจจะมีปัญหาตรงนี้ได้ง่าย เช่น สามีเป็นคนดีคนเก่ง เป็นพ่อบ้านดูแลบ้านได้ดีมาก งานช่างอะไรแก้ได้ ทำเองเป็นหมด ไม่ว่า จะทาสีบ้านใหม่ ซ่อมท่อแตก ท่อตัน แก้โน้นแก้นี่ทำได้หมด ฯลฯ นั่นคือความสามารถหรือสิ่งที่สามีถนัด แต่สามีคนเดียวกันนี้อาจไม่เป็นเอาซะเลย ในเรื่องคอมพิวเตอร์ อาจจะไม่ get เลยในการหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจองหรือซื้อของทางคอมพิวเตอร์เขาก็จะไม่กระดิกเลย <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88.html">บางเหลี่ยมบางมุมของแต่ละคน</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เคยลองสังเกตดูไหมครับว่า พวกเราแต่ละคนบางครั้งมีความเข้มงวดกับตัวเองในบางแง่บางมุม ในเวลาเดียวกันบางแง่บางมุมเราก็จะผ่อนปรนกับตัวเอง เช่น ตัวอย่างง่ายๆ เช่น หลายคนกลัวอ้วนมาก ไม่ยอมกินขนมหวาน ของมัน หรือ กะทิเลย แต่ถ้าเป็นของโปรดเช่นน้ำอัดลม จะกินได้โดยไม่คิดมากเรื่องอ้วน หรือบางคน sensitive เรื่องการใช้เงิน จะประหยัดมาก ไม่ยอมซื้ออะไรเลย แต่อาจจะมีของบางอย่างที่เจ้าตัวชอบจะซื้อ และซื้อได้โดยไม่คิดมากนัก นั่นคือการเข้มงวดในบางอย่างและผ่อนให้กับตัวเองในบางอย่าง ผมว่านี่คือเรื่องปกติของทุกคน ทุกคนมักจะมีแง่มุมเช่นนี้เสมอ</p>
<p>หรือในเรื่องความละเอียด ความเอาใจใส่ก็เช่นกัน เราคงเคยเห็นที่หลายคนดูจะเป็นคนไม่มีระเบียบเลย โต๊ะไม่จัด ของกองๆไว้ และดูไม่ใส่ใจอะไรเลย แต่เขาอาจมีบางแง่ที่มีความละเอียดอยู่ก็ได้ เช่นเขาอาจเป็นคนพิถีพิถันเรื่องการกิน ต้องมีขั้นตอน หรือมีพิธีรีตองเป็นต้น ในทางตรงข้าม บางคนดูจะเป็นคนละเอียดไปทุกเรื่อง แต่ในเรื่องบางอย่างเขาอาจจะไม่ใส่ใจก็ได้</p>
<p>ผมว่าจุดนี้เป็นจุดสำคัญในการอยู่ร่วมกันที่เราต้องมองให้ออก และเข้าใจในกันและกัน โดยเฉพาะคนในครอบครัวหรือสามีภรรยา หลายๆคู่ถ้าไม่เข้าใจจะมีปัญหาตรงนี้ได้ง่าย เช่น สามีเป็นคนดีคนเก่ง เป็นพ่อบ้านดูแลบ้านได้ดีมาก งานช่างอะไรแก้ได้ ทำเองเป็นหมด ไม่ว่า จะทาสีบ้านใหม่ ซ่อมท่อแตก ท่อตัน แก้โน้นแก้นี่ทำได้หมด ฯลฯ นั่นคือความสามารถหรือสิ่งที่สามีถนัด แต่สามีคนเดียวกันนี้อาจไม่เป็นเอาซะเลย ในเรื่องคอมพิวเตอร์ อาจจะไม่ get เลยในการหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจองหรือซื้อของทางคอมพิวเตอร์เขาก็จะไม่กระดิกเลย ลองนึกดูนะครับว่า ถ้าวันดีคืนดี ภรรยาอยากออกไปกินอาหารนอกบ้านที่ภัตตาคาร แห่งหนึ่ง ซึ่งรู้จักแต่ชื่อไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ถ้าเป็นเราๆท่านๆที่ชำนาญในการใช้คอมพิวเตอร์ก็ใช้ google search แป๊ปเดียวก็ได้แล้ว แถมยัง print แผนที่หรือส่งเข้ามือถือเก็บไว้ก็ได้ แต่สำหรับสามีของหล่อนอาจทำตาปริบๆนึกไม่ออกว่าจะหาข้อมูลได้อย่างไร</p>
<p>เห็นไหมครับว่าปัญหาก็เกิดขึ้นแล้ว ถ้าภรรยาคาดหวังให้สามีเก่งไปทุกเรื่อง มันเป็นไปไม่ได้หรอก ลองมาดูอีกครอบครัวหนึ่งครับ สามีอาจเป็นคนเก่งมากเรื่อง IT รู้หมด แก้ซ่อม computer ได้หมดทั้ง hardware หรือ software แต่ไม่เป็น และไม่ใส่ใจเอาซะเลยเรื่องงานบ้าน หลอดไฟดับก็ไม่ได้สนใจจะเปลี่ยน เสียงประตูดังก็ยังไม่ต้องหยอดน้ำมัน ปล่อยมันไว้ก่อน วันดีคืนดีมีน้ำซึ่มจากท่อก็ปล่อยไว้ยังไม่แก้ รอไปก่อนไว้รั่วเยอะๆค่อยตามช่าง พอนึกภาพออกไหมครับว่า ถ้าภรรยาไม่เข้าใจก็จะเอ็ดหรือดุสามีว่าอยู่บ้านทุกวันแท้ๆไม่รู้จักดูแลบ้าน ตรงโน้นก็เสีย ตรงนี้ก็เสีย ซ่อมก็ไม่ได้ ไม่ใส่ใจเลย เป็นพ่อบ้านที่ดีได้อย่างไร</p>
<p>มีใครเคยมีประสบการณ์อย่างที่ยกตัวอย่างมาไหมครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เราต้องมองอย่างเข้าใจ เราแต่ละคนมีมุมที่ถนัดหรือใส่ใจไม่เหมือนกัน บางมุมเราจะละเลยหรือไม่ใส่ใจเอาซะเลย ซึ่งทุกคนก็เป็นเช่นนี้ การจะคาดหวังให้คนที่อยู่ใกล้เราทำอย่างที่เราคิด ละเอียดหรือใส่ใจในเรื่องที่เหมือนๆกับเราย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ทั้ง 2 ฝั่งต้องมองอย่างเข้าใจ ปรับตัวเข้าหากันให้มาก เรียนรู้และให้อภัยกัน จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บูชาความรัก</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Nov 2011 04:32:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกข้อคิด/คำคมจากหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=370</guid>
		<description><![CDATA[<p>ฉันรักคุณ รักเลือดเนื้อชีัวิตของคุณ รักอย่างเชิดชูบูชา และฉันไม่ประสงค์อะไรนอกจากได้รับรักของคุณ เหตุฉะนั้นฉันไม่ขอรับอะไรที่คุณได้มาซึ่งจะเป็นผลในการทำลายจิตใจของคุณ ความรักของฉันจะต้องไม่ฉุดคุณลงมาเกลือกกลั้วกับสิ่งปฏิกูล มิฉะนั้นรักฉันก็จะเป็นรักที่เห็นแก่ตัว รักอันน่าทุเรศ มันจะเป็นไปได้ละหรือที่เราจะเรียกสิ่งนั้นว่ารักแท้</p>
<p>เงิน ๘๐๐๐ บาท ที่คุณอุตสาห์หามาให้ฉันนั้น คุณได้มาด้วยการสละความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ ด้วยการสละเกียรติยศของคุณ อรรถขา.. ฉันจะรับมันไว้ได้อย่างไร คุณบอกว่าคุณนำเงินก้อนนั้นซึ่งเต็มไปด้วยราคีมาบูชาความรักของเรา รักบริสุทธิ์ผุดผ่องของเราจะยอมรับบูชาด้วยของที่ได้มาจากบาปของเราหรือ? คุณบอกว่าคุณไม่ได้ทำผิดคิดร้ายอะไร เพียงแต่ว่าได้ละความสัตย์สุจริตในหน้าที่เท่านั้น</p>
<p>ยอดรักขา ฉันคิดว่าคุณกำลังจะหลงทางไป คุณดูแลความสัตย์สุจริตในแง่ใดเล่า จึงเห็นไปว่าเป็นสิ่งกระจิ๋วหลิวนิดเดียว จนคุณเองก็รู้สึกว่าไม่ได้ทำผิดคิดร้ายอะไร ฉันนึกออกแล้วว่าคุณดูแลความสุจริตในแง่ไหน คุณบอกฉันว่าใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น ใครๆเขาก็ประพฤติกันทั้งนั้น ดังนั้นคุณจึงไม่เห็นประหลาด</p>
<p>อรรถขา ถ้าทุกคนในโลกนี้ได้ร่ำรวยขึ้น เพราะประพฤติเป็นโจรไปกันหมด ยอดรักของฉันจงเป็นกระยาจกไปแต่ผู้เดียวเถิด ถ้ามันจะทำให้คุณเป็นสัมมาชนต่อไปได้ ถ้าทุกคนจะได้ราชบัลลังค์ ประพฤติดเป็นผู้ร้ายฆ่าคนกันไปหมด ยอดรักของฉันก็จงยอมเป็นคนเข็ญใจไปแต่ผู้เดียวเถิด</p>
<p>จาก: ตอนหนึ่งในหนังสือ เรื่องสั้น &#8220;แม่ยอดยุพดี&#8221; ในหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81.html">บูชาความรัก</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>ฉันรักคุณ รักเลือดเนื้อชีัวิตของคุณ รักอย่างเชิดชูบูชา และฉันไม่ประสงค์อะไรนอกจากได้รับรักของคุณ เหตุฉะนั้นฉันไม่ขอรับอะไรที่คุณได้มาซึ่งจะเป็นผลในการทำลายจิตใจของคุณ ความรักของฉันจะต้องไม่ฉุดคุณลงมาเกลือกกลั้วกับสิ่งปฏิกูล มิฉะนั้นรักฉันก็จะเป็นรักที่เห็นแก่ตัว รักอันน่าทุเรศ มันจะเป็นไปได้ละหรือที่เราจะเรียกสิ่งนั้นว่ารักแท้</p>
<p>เงิน ๘๐๐๐ บาท ที่คุณอุตสาห์หามาให้ฉันนั้น คุณได้มาด้วยการสละความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ ด้วยการสละเกียรติยศของคุณ อรรถขา.. ฉันจะรับมันไว้ได้อย่างไร คุณบอกว่าคุณนำเงินก้อนนั้นซึ่งเต็มไปด้วยราคีมาบูชาความรักของเรา รักบริสุทธิ์ผุดผ่องของเราจะยอมรับบูชาด้วยของที่ได้มาจากบาปของเราหรือ? คุณบอกว่าคุณไม่ได้ทำผิดคิดร้ายอะไร เพียงแต่ว่าได้ละความสัตย์สุจริตในหน้าที่เท่านั้น</p>
<p>ยอดรักขา ฉันคิดว่าคุณกำลังจะหลงทางไป คุณดูแลความสัตย์สุจริตในแง่ใดเล่า จึงเห็นไปว่าเป็นสิ่งกระจิ๋วหลิวนิดเดียว จนคุณเองก็รู้สึกว่าไม่ได้ทำผิดคิดร้ายอะไร ฉันนึกออกแล้วว่าคุณดูแลความสุจริตในแง่ไหน คุณบอกฉันว่าใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น ใครๆเขาก็ประพฤติกันทั้งนั้น ดังนั้นคุณจึงไม่เห็นประหลาด</p>
<p>อรรถขา ถ้าทุกคนในโลกนี้ได้ร่ำรวยขึ้น เพราะประพฤติเป็นโจรไปกันหมด ยอดรักของฉันจงเป็นกระยาจกไปแต่ผู้เดียวเถิด ถ้ามันจะทำให้คุณเป็นสัมมาชนต่อไปได้ ถ้าทุกคนจะได้ราชบัลลังค์ ประพฤติดเป็นผู้ร้ายฆ่าคนกันไปหมด ยอดรักของฉันก็จงยอมเป็นคนเข็ญใจไปแต่ผู้เดียวเถิด</p></blockquote>
<p>จาก: ตอนหนึ่งในหนังสือ เรื่องสั้น &#8220;แม่ยอดยุพดี&#8221; ในหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด &#8220;ขอแรงหน่อยเถอะ&#8221;</p>
<p>ของ: ศรีบูรพา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/pftb/%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
