<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>(แค่) บันทึกของหมอคนหนึ่ง &#187; บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต</title>
	<atom:link href="http://www.justadoctor.com/category/lifememo/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.justadoctor.com</link>
	<description>JustaDoctor.com โดย ณ.จิตต์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 21 Jun 2015 13:18:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>โลกต้องการคนดี&#8230;</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/dharma1.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/dharma1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Mar 2013 13:51:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=433</guid>
		<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-434" title="1362641909-2JPG-o" src="http://www.justadoctor.com/wp-content/uploads/2013/03/1362641909-2JPG-o-300x300.jpg" alt="" width="450" height="450" /></p>
<p style="text-align: left;">ขออนุญาต share ข้อคิดดีๆที่ได้อ่านจากห้องศาสนา ใน pantip.com ซึ่งคาดว่าจะได้มาจาก facebook ธรรมะอินเทรนด์ ธรรมะออนไลน์ อีกต่อหนึ่ง</p>
<p style="text-align: left;">ขอกราบท่านอาจารย์ประยุทธ์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด</p>
<p <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/dharma1.html">โลกต้องการคนดี&#8230;</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.justadoctor.com/wp-content/uploads/2013/03/1362641909-2JPG-o.jpg"><img class="aligncenter  wp-image-434" title="1362641909-2JPG-o" src="http://www.justadoctor.com/wp-content/uploads/2013/03/1362641909-2JPG-o-300x300.jpg" alt="" width="450" height="450" /></a></p>
<p style="text-align: left;">ขออนุญาต share ข้อคิดดีๆที่ได้อ่านจากห้องศาสนา ใน pantip.com ซึ่งคาดว่าจะได้มาจาก<a href="http://www.facebook.com/dhammaintrend"> facebook ธรรมะอินเทรนด์ ธรรมะออนไลน์</a> อีกต่อหนึ่ง</p>
<p style="text-align: left;">ขอกราบท่านอาจารย์ประยุทธ์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด</p>
<p style="text-align: left;">ณ.จิตต์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/dharma1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยู่กับปัจจุบัน&#8230;เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%87.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Mar 2012 15:37:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=398</guid>
		<description><![CDATA[<p style="text-align: left;">เมื่อเร็วๆนี้ผมเพิ่งได้มีโอกาสฟังเสียงอ่านหนังสือปาฏิหารย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ ของท่าน ติช นัท ฮันท์ แล้วรู้สึกประทับใจมาก คำสอนของท่านช่างดูเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งมาก ท่านจะสอนเน้นเรื่องการมีสติอยู่กับปัจจุบัน ฟังดูง่ายและตรงไปตรงมาใช่ไหมครับ แต่ลองคิดดูดีๆนะครับว่า จริงๆแล้วในชีวิตประจำวันของพวกเรา มีใครสามารถใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันได้อย่างแท้จริงบ้าง เวลาเราทำอะไรสักอย่าง ใจของเราอยู่ที่ไหน อยู่กับปัจจุบันหรือไม่</p>
<p>ท่านติช นัท ฮันท์ ยกตัวอย่างง่ายๆให้เราฟังว่า เวลาล้างจาน ใจเราอยู่กับการล้างจานหรือไม่ เราล้างจานกันเป็นไหม ดังคำในหนังสือตอนหนึ่งว่า</p>
<p style="padding-left: 30px;">&#8220;&#8230;ถ้าหากว่าขณะล้างจาน  เราไปคิดถึงแต่ว่าเดี๋ยวจะไปดื่มน้ำชา หรือคิดถึงเรื่องอื่นที่จะมาในอนาคต  เราก็จะรีบล้างจานให้เสร็จๆ ไป  เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่น่ารำคาญเหลือเกินแหละ เราไม่ได้  &#8220;ล้างจานเพื่อล้างจาน&#8221; แล้ว  และยิ่งกว่านั้น   ตอนล้างจานเราก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วย   เราไม่อาจจะเข้าถึงความมหัศจรรย์ของชีวิตขณะที่เรายืนอยู่ที่อ่างล้างจานได้    และถ้าเราล้างจานไม่เป็น  ตอนที่เราดื่มน้ำชาเราก็ไม่ได้ดื่มน้ำชาด้วย   เพราะเรามัวจะไปนึกถึงเรื่องอื่นเสีย  <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%87.html">อยู่กับปัจจุบัน&#8230;เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">เมื่อเร็วๆนี้ผมเพิ่งได้มีโอกาสฟังเสียงอ่านหนังสือปาฏิหารย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ ของท่าน ติช นัท ฮันท์ แล้วรู้สึกประทับใจมาก คำสอนของท่านช่างดูเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งมาก ท่านจะสอนเน้นเรื่องการมีสติอยู่กับปัจจุบัน ฟังดูง่ายและตรงไปตรงมาใช่ไหมครับ แต่ลองคิดดูดีๆนะครับว่า จริงๆแล้วในชีวิตประจำวันของพวกเรา มีใครสามารถใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันได้อย่างแท้จริงบ้าง เวลาเราทำอะไรสักอย่าง ใจของเราอยู่ที่ไหน อยู่กับปัจจุบันหรือไม่</p>
<p>ท่านติช นัท ฮันท์ ยกตัวอย่างง่ายๆให้เราฟังว่า เวลาล้างจาน ใจเราอยู่กับการล้างจานหรือไม่ เราล้างจานกันเป็นไหม ดังคำในหนังสือตอนหนึ่งว่า</p>
<p style="padding-left: 30px;"><em>&#8220;&#8230;ถ้าหากว่าขณะล้างจาน  เราไปคิดถึงแต่ว่าเดี๋ยวจะไปดื่มน้ำชา หรือคิดถึงเรื่องอื่นที่จะมาในอนาคต  เราก็จะรีบล้างจานให้เสร็จๆ ไป  เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่น่ารำคาญเหลือเกินแหละ เราไม่ได้  &#8220;ล้างจานเพื่อล้างจาน&#8221; แล้ว  และยิ่งกว่านั้น   ตอนล้างจานเราก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วย   เราไม่อาจจะเข้าถึงความมหัศจรรย์ของชีวิตขณะที่เรายืนอยู่ที่อ่างล้างจานได้    และถ้าเราล้างจานไม่เป็น  ตอนที่เราดื่มน้ำชาเราก็ไม่ได้ดื่มน้ำชาด้วย   เพราะเรามัวจะไปนึกถึงเรื่องอื่นเสีย  เกือบจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเรามีถ้วยชาอยู่ในมือ   ด้วยเหตุนี้เราก็เลยหลงเข้าไปอยู่ในโลกของอนาคต  และจริงแล้วมันหมายความว่า  เรามีชีวิตอย่างแท้จริงไม่เป็นเลยสักนิดเดียว&#8221;</em></p>
<p style="padding-left: 30px;"><em>&#8220;&#8230;.เรื่องเกี่ยวกับส้มและจิมก็เป็นเหมือนอย่างนี้  ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว   จิมกับครูนั่งกินส้มด้วยกัน  และคุยกันถึงสิ่งที่เราจะทำในอนาคต   ในตอนนั้นถ้าเมื่อไรเราคิดถึงโครงการที่น่าทำ   หรืองดงามได้สักโครงการหนึ่ง  จิมจะจมดิ่งเข้าไปในโครงการนั้นอย่างเต็มที่   จนพูดได้ว่าเขาลืมนึกว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในขณะปัจจุบัน   จิมหยิบส้มใส่ปากชิ้นหนึ่ง  และยังไม่ทันจะเริ่มเคี้ยว   ส้มอีกชิ้นหนึ่งก็เตรียมจะตามเข้าไป  เขาหยิบส้มใส่ปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า   แทบจะไม่มีจังหวะหยุดเลย  ดูแทบจะไม่รู้ตัวเอาเลยว่าเขากำลังกินส้ม   ครูต้องปลุกจิมให้ตื่นขึ้นมารับรู้ว่า  ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่   โดยบอกเขาว่า  &#8220;เธอควรจะกินส้มชิ้นที่เธอใส่เข้าไปในปากเสียก่อน&#8221;   ครูพยายามชี้ให้เขาเห็นว่า  เขาไม่ได้กินส้มอยู่เลย   เพียงแต่ใส่กลีบส้มเข้าปากกลีบต่อกลีบอย่างรวดเร็วเท่านั้น  ครูจึงดุเขา   และความจริงเขาก็ไม่ได้กินส้มอยู่  <span>จริงๆ ถ้าจะพูดให้ถูก  เขากำลังกิน  &#8220;โครงการในอนาคต&#8221; มากกว่า</span> มีใครบางคนกล่าวไว้ว่า  <span>&#8220;ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน  เวลามอง  คุณก็จะไม่เห็น  ฟังแต่จะไม่ได้ยิน  กินแต่จะไม่ได้ลิ้มรส&#8221;</span>&#8230;.</em></p>
<p>อยากให้ลองฟังกันและคิดตามนะครับ</p>
<p><iframe width="480" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/ndByNLpEiOw" frameborder="0" allowfullscreen></iframe><br />
ขอถือโอกาสนี้กราบนมัสการท่านติช นัท ฮันท์ ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด<br />
ณ.จิตต์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บางเหลี่ยมบางมุมของแต่ละคน</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Dec 2011 15:22:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=377</guid>
		<description><![CDATA[<p>เคยลองสังเกตดูไหมครับว่า พวกเราแต่ละคนบางครั้งมีความเข้มงวดกับตัวเองในบางแง่บางมุม ในเวลาเดียวกันบางแง่บางมุมเราก็จะผ่อนปรนกับตัวเอง เช่น ตัวอย่างง่ายๆ เช่น หลายคนกลัวอ้วนมาก ไม่ยอมกินขนมหวาน ของมัน หรือ กะทิเลย แต่ถ้าเป็นของโปรดเช่นน้ำอัดลม จะกินได้โดยไม่คิดมากเรื่องอ้วน หรือบางคน sensitive เรื่องการใช้เงิน จะประหยัดมาก ไม่ยอมซื้ออะไรเลย แต่อาจจะมีของบางอย่างที่เจ้าตัวชอบจะซื้อ และซื้อได้โดยไม่คิดมากนัก นั่นคือการเข้มงวดในบางอย่างและผ่อนให้กับตัวเองในบางอย่าง ผมว่านี่คือเรื่องปกติของทุกคน ทุกคนมักจะมีแง่มุมเช่นนี้เสมอ</p>
<p>หรือในเรื่องความละเอียด ความเอาใจใส่ก็เช่นกัน เราคงเคยเห็นที่หลายคนดูจะเป็นคนไม่มีระเบียบเลย โต๊ะไม่จัด ของกองๆไว้ และดูไม่ใส่ใจอะไรเลย แต่เขาอาจมีบางแง่ที่มีความละเอียดอยู่ก็ได้ เช่นเขาอาจเป็นคนพิถีพิถันเรื่องการกิน ต้องมีขั้นตอน หรือมีพิธีรีตองเป็นต้น ในทางตรงข้าม บางคนดูจะเป็นคนละเอียดไปทุกเรื่อง แต่ในเรื่องบางอย่างเขาอาจจะไม่ใส่ใจก็ได้</p>
<p>ผมว่าจุดนี้เป็นจุดสำคัญในการอยู่ร่วมกันที่เราต้องมองให้ออก และเข้าใจในกันและกัน โดยเฉพาะคนในครอบครัวหรือสามีภรรยา หลายๆคู่ถ้าไม่เข้าใจจะมีปัญหาตรงนี้ได้ง่าย เช่น สามีเป็นคนดีคนเก่ง เป็นพ่อบ้านดูแลบ้านได้ดีมาก งานช่างอะไรแก้ได้ ทำเองเป็นหมด ไม่ว่า จะทาสีบ้านใหม่ ซ่อมท่อแตก ท่อตัน แก้โน้นแก้นี่ทำได้หมด ฯลฯ นั่นคือความสามารถหรือสิ่งที่สามีถนัด แต่สามีคนเดียวกันนี้อาจไม่เป็นเอาซะเลย ในเรื่องคอมพิวเตอร์ อาจจะไม่ get เลยในการหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจองหรือซื้อของทางคอมพิวเตอร์เขาก็จะไม่กระดิกเลย <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88.html">บางเหลี่ยมบางมุมของแต่ละคน</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เคยลองสังเกตดูไหมครับว่า พวกเราแต่ละคนบางครั้งมีความเข้มงวดกับตัวเองในบางแง่บางมุม ในเวลาเดียวกันบางแง่บางมุมเราก็จะผ่อนปรนกับตัวเอง เช่น ตัวอย่างง่ายๆ เช่น หลายคนกลัวอ้วนมาก ไม่ยอมกินขนมหวาน ของมัน หรือ กะทิเลย แต่ถ้าเป็นของโปรดเช่นน้ำอัดลม จะกินได้โดยไม่คิดมากเรื่องอ้วน หรือบางคน sensitive เรื่องการใช้เงิน จะประหยัดมาก ไม่ยอมซื้ออะไรเลย แต่อาจจะมีของบางอย่างที่เจ้าตัวชอบจะซื้อ และซื้อได้โดยไม่คิดมากนัก นั่นคือการเข้มงวดในบางอย่างและผ่อนให้กับตัวเองในบางอย่าง ผมว่านี่คือเรื่องปกติของทุกคน ทุกคนมักจะมีแง่มุมเช่นนี้เสมอ</p>
<p>หรือในเรื่องความละเอียด ความเอาใจใส่ก็เช่นกัน เราคงเคยเห็นที่หลายคนดูจะเป็นคนไม่มีระเบียบเลย โต๊ะไม่จัด ของกองๆไว้ และดูไม่ใส่ใจอะไรเลย แต่เขาอาจมีบางแง่ที่มีความละเอียดอยู่ก็ได้ เช่นเขาอาจเป็นคนพิถีพิถันเรื่องการกิน ต้องมีขั้นตอน หรือมีพิธีรีตองเป็นต้น ในทางตรงข้าม บางคนดูจะเป็นคนละเอียดไปทุกเรื่อง แต่ในเรื่องบางอย่างเขาอาจจะไม่ใส่ใจก็ได้</p>
<p>ผมว่าจุดนี้เป็นจุดสำคัญในการอยู่ร่วมกันที่เราต้องมองให้ออก และเข้าใจในกันและกัน โดยเฉพาะคนในครอบครัวหรือสามีภรรยา หลายๆคู่ถ้าไม่เข้าใจจะมีปัญหาตรงนี้ได้ง่าย เช่น สามีเป็นคนดีคนเก่ง เป็นพ่อบ้านดูแลบ้านได้ดีมาก งานช่างอะไรแก้ได้ ทำเองเป็นหมด ไม่ว่า จะทาสีบ้านใหม่ ซ่อมท่อแตก ท่อตัน แก้โน้นแก้นี่ทำได้หมด ฯลฯ นั่นคือความสามารถหรือสิ่งที่สามีถนัด แต่สามีคนเดียวกันนี้อาจไม่เป็นเอาซะเลย ในเรื่องคอมพิวเตอร์ อาจจะไม่ get เลยในการหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจองหรือซื้อของทางคอมพิวเตอร์เขาก็จะไม่กระดิกเลย ลองนึกดูนะครับว่า ถ้าวันดีคืนดี ภรรยาอยากออกไปกินอาหารนอกบ้านที่ภัตตาคาร แห่งหนึ่ง ซึ่งรู้จักแต่ชื่อไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ถ้าเป็นเราๆท่านๆที่ชำนาญในการใช้คอมพิวเตอร์ก็ใช้ google search แป๊ปเดียวก็ได้แล้ว แถมยัง print แผนที่หรือส่งเข้ามือถือเก็บไว้ก็ได้ แต่สำหรับสามีของหล่อนอาจทำตาปริบๆนึกไม่ออกว่าจะหาข้อมูลได้อย่างไร</p>
<p>เห็นไหมครับว่าปัญหาก็เกิดขึ้นแล้ว ถ้าภรรยาคาดหวังให้สามีเก่งไปทุกเรื่อง มันเป็นไปไม่ได้หรอก ลองมาดูอีกครอบครัวหนึ่งครับ สามีอาจเป็นคนเก่งมากเรื่อง IT รู้หมด แก้ซ่อม computer ได้หมดทั้ง hardware หรือ software แต่ไม่เป็น และไม่ใส่ใจเอาซะเลยเรื่องงานบ้าน หลอดไฟดับก็ไม่ได้สนใจจะเปลี่ยน เสียงประตูดังก็ยังไม่ต้องหยอดน้ำมัน ปล่อยมันไว้ก่อน วันดีคืนดีมีน้ำซึ่มจากท่อก็ปล่อยไว้ยังไม่แก้ รอไปก่อนไว้รั่วเยอะๆค่อยตามช่าง พอนึกภาพออกไหมครับว่า ถ้าภรรยาไม่เข้าใจก็จะเอ็ดหรือดุสามีว่าอยู่บ้านทุกวันแท้ๆไม่รู้จักดูแลบ้าน ตรงโน้นก็เสีย ตรงนี้ก็เสีย ซ่อมก็ไม่ได้ ไม่ใส่ใจเลย เป็นพ่อบ้านที่ดีได้อย่างไร</p>
<p>มีใครเคยมีประสบการณ์อย่างที่ยกตัวอย่างมาไหมครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เราต้องมองอย่างเข้าใจ เราแต่ละคนมีมุมที่ถนัดหรือใส่ใจไม่เหมือนกัน บางมุมเราจะละเลยหรือไม่ใส่ใจเอาซะเลย ซึ่งทุกคนก็เป็นเช่นนี้ การจะคาดหวังให้คนที่อยู่ใกล้เราทำอย่างที่เราคิด ละเอียดหรือใส่ใจในเรื่องที่เหมือนๆกับเราย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ทั้ง 2 ฝั่งต้องมองอย่างเข้าใจ ปรับตัวเข้าหากันให้มาก เรียนรู้และให้อภัยกัน จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธรรมะแห่งอาชีพ</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Oct 2011 06:37:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=359</guid>
		<description><![CDATA[<p>ธรรมะแห่งอาชีพดูจะเป็นคำที่ดูหรูไปสักหน่อย และชวนให้เรานึกถึงคุณธรรม/คุณสมบัติที่พึงมีในอาชีพบางอาชีพ เช่น แพทย์ควรจะมีจรรยาแพทย์ ครูก็ควรมีจรรยาหรือคุณธรรมในความเป็นครู ผู้พิพากษาก็ควรมีธรรมะโดยเฉพาะในเรื่องความยุติธรรม ฯลฯ แต่ถ้าคิดดูให้กว้างกว่านั้น ผมเชื่อนะครับว่า ทุกอาชีพควรจะต้องมีธรรมะแห่งอาชีพนั้นๆ  อย่างน้อยที่สุดก็ต้องซื่อตรงต่ออาชีพนั้นๆ ของตนเอง</p>
<p>สังคมในปัจจุบัน มนุษย์เราต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่มีใครสามารถอยู่คนเดียวได้ เราต้องมีการติดต่อและพึ่งอาชีพอื่นๆมากมายในทุกๆวัน เช่น เราไปหาซื้ออะไรกินในตอนเที่ยง เราก็ต้องพึ่งพ่อค้าแม่ค้า เรานั่ง taxi กลับบ้าน ก็ต้องพึ่งคนขับรถ taxi ฯลฯ เราก็คงหวังให้พ่อค้าแม่ค้าไม่โกงเรา ขายของที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ในทำนองเดียวกับ taxi เราก็คงหวังให้คนขับ ขับไปให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ขับอ้อมไปอ้อมมา โกงมิเตอร์ หรือมีลูกเล่นต่างๆ  ถ้าทุกอาชีพมีคุณธรรมแห่งตนเราคงสบายใจมากขึ้นในการทำอะไร แต่สองตัวอย่างข้างต้นเป็นตัวอย่างที่ง่ายไม่ซับซ้อน เพราะเรามีความคุณเคยกับสินค้าหรือบริการนั้นๆอยู่แล้ว ถ้ามีอะไรผิดปกติหรือมีการโกงกันเกิดขึ้นเราจะรู้โดยไม่ยากเย็น</p>
<p>แต่ถ้าอาชีพอื่นๆที่อาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะล่ะครับ เราในฐานะคนนอกจะไม่มีทางรู้ได้เลย เช่นเวลารถเราเสียด้วยเหตุอะไรก็ตาม เรารู้แค่ว่ารถเครื่องมีปัญหา หรือแอร์ไม่เย็น หรือมีเสียงผิดปกติ สิ่งที่เราทำได้ก็คือเอารถไปเข้าอู่ เพื่อซ่อม ซึ่งช่างซ่อมรถจะเป็นผู้ช่วยเราในการวิเคราะห์ปัญหาและซ่อมรถ ซึ่งเขาต้องรู้มากกว่าเราอย่างแน่นอน ตรงนี้ก็สำคัญครับ จะเป็นอย่างไรถ้าช่างซ่อมรถไม่มีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ของที่ยังไม่เสีย ก็บอกว่าเสีย หรือจริงๆซ่อมง่ายๆก็ทำให้ดูเป็นซ่อมยากๆไว้ จะได้เงินเยอะๆ เราก็ลำบากใช่ไหมครับ</p>
<p>สมัยก่อนผมยังจำได้ มีหลายครั้งเวลาไปธนาคาร จะเห็นพนักงานธนาคารแนะนำคุณลุงคุณป้าแก่ๆที่มาขอเปิดบัญชี ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร มีความจริงใจว่า บัญชีไหมเหมาะกับคุณลุงคุณป้ามากกว่ากัน ฝากประจำกี่เดือนดี <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e.html">ธรรมะแห่งอาชีพ</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ธรรมะแห่งอาชีพดูจะเป็นคำที่ดูหรูไปสักหน่อย และชวนให้เรานึกถึงคุณธรรม/คุณสมบัติที่พึงมีในอาชีพบางอาชีพ เช่น แพทย์ควรจะมีจรรยาแพทย์ ครูก็ควรมีจรรยาหรือคุณธรรมในความเป็นครู ผู้พิพากษาก็ควรมีธรรมะโดยเฉพาะในเรื่องความยุติธรรม ฯลฯ แต่ถ้าคิดดูให้กว้างกว่านั้น ผมเชื่อนะครับว่า ทุกอาชีพควรจะต้องมีธรรมะแห่งอาชีพนั้นๆ  อย่างน้อยที่สุดก็ต้องซื่อตรงต่ออาชีพนั้นๆ ของตนเอง</p>
<p>สังคมในปัจจุบัน มนุษย์เราต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่มีใครสามารถอยู่คนเดียวได้ เราต้องมีการติดต่อและพึ่งอาชีพอื่นๆมากมายในทุกๆวัน เช่น เราไปหาซื้ออะไรกินในตอนเที่ยง เราก็ต้องพึ่งพ่อค้าแม่ค้า เรานั่ง taxi กลับบ้าน ก็ต้องพึ่งคนขับรถ taxi ฯลฯ เราก็คงหวังให้พ่อค้าแม่ค้าไม่โกงเรา ขายของที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ในทำนองเดียวกับ taxi เราก็คงหวังให้คนขับ ขับไปให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ขับอ้อมไปอ้อมมา โกงมิเตอร์ หรือมีลูกเล่นต่างๆ  ถ้าทุกอาชีพมีคุณธรรมแห่งตนเราคงสบายใจมากขึ้นในการทำอะไร แต่สองตัวอย่างข้างต้นเป็นตัวอย่างที่ง่ายไม่ซับซ้อน เพราะเรามีความคุณเคยกับสินค้าหรือบริการนั้นๆอยู่แล้ว ถ้ามีอะไรผิดปกติหรือมีการโกงกันเกิดขึ้นเราจะรู้โดยไม่ยากเย็น</p>
<p>แต่ถ้าอาชีพอื่นๆที่อาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะล่ะครับ เราในฐานะคนนอกจะไม่มีทางรู้ได้เลย เช่นเวลารถเราเสียด้วยเหตุอะไรก็ตาม เรารู้แค่ว่ารถเครื่องมีปัญหา หรือแอร์ไม่เย็น หรือมีเสียงผิดปกติ สิ่งที่เราทำได้ก็คือเอารถไปเข้าอู่ เพื่อซ่อม ซึ่งช่างซ่อมรถจะเป็นผู้ช่วยเราในการวิเคราะห์ปัญหาและซ่อมรถ ซึ่งเขาต้องรู้มากกว่าเราอย่างแน่นอน ตรงนี้ก็สำคัญครับ จะเป็นอย่างไรถ้าช่างซ่อมรถไม่มีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ของที่ยังไม่เสีย ก็บอกว่าเสีย หรือจริงๆซ่อมง่ายๆก็ทำให้ดูเป็นซ่อมยากๆไว้ จะได้เงินเยอะๆ เราก็ลำบากใช่ไหมครับ</p>
<p>สมัยก่อนผมยังจำได้ มีหลายครั้งเวลาไปธนาคาร จะเห็นพนักงานธนาคารแนะนำคุณลุงคุณป้าแก่ๆที่มาขอเปิดบัญชี ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร มีความจริงใจว่า บัญชีไหมเหมาะกับคุณลุงคุณป้ามากกว่ากัน ฝากประจำกี่เดือนดี ฯลฯ ซึ่งพนักงานเหล่านั้นทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ ถือประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ แต่ในปัจจุบันผมรู้สึกว่าเราเห็นภาพนั้นน้อยลง เนื่องจากมีเงินและผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น เพราะธนาคารมีธุรกิจอื่นอยู่ในเครือด้วย เช่น ประกันภัย กองทุนรวม ฯลฯ ซึ่งพนักงานจะได้เปอร์เซ็นต์เมื่อหาลูกค้าได้ ดังนั้นเมื่อมีคนขอฝากเงิน พนักงานอาจจะแนะนำสิ่งที่ไม่ใช่เงินฝากไปด้วย คือ สัญญาประกันชีวิตหรือกองทุนรวมทั้งหลายแหร่ ตรงนี้ก็ยังไม่เป็นไรครับ ถ้ามีการแนะนำอย่างตรงไปตรงมา อย่าให้ผลประโยชน์เข้ามาทำให้ความบริสุทธิ์ของวิชาชีพเสียไป พนักงานก็ควรบอกตรงๆว่าสิ่งที่กำลังเสนออยู่คืออะไร ไม่ใช่หมกเม็ดในรูปแบบอื่น ซึ่งอาจเข้าข่ายการหลอกลวงลูกค้าไป จริงๆไม่ต้องถึงขนาดหลอกลวงหรอกครับ แค่พูดความจริงไม่ครบก็แย่พออยู่แล้ว ลองนึกดูนะครับ ถ้าคุณลุงคุณป้ามีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งจะมาขอฝากเงินกับธนาคาร ทำอย่างไรหนาที่คุณลุงคุณป้าสองท่านนี้จะได้สิ่งที่เหมาะสมและดีกับตัวเองจริงๆ ไม่ใช่ดีต่อธนาคารหรือดีต่อพนักงานคนใดคนหนึ่ง สิ่งที่จะช่วยได้คือ ธรรมะแห่งอาชีพ</p>
<p>อาชีพค้าขายก็เช่นกันครับ หลายคนคิดว่ามีความจริงใจได้ยาก เพราะคนขายย่อมอยากจะขายให้ได้ราคาสูงที่สุด หรือมีกำไรมากที่สุด ถ้าขายได้กำไรไม่มากพอก็อยู่ไม่ได้ ก็จริงครับแต่ผมว่าอย่างน้อย พวกเราอยากเห็นการซื้อขายที่ตรงไปตรงมา คนขายมีกำไรตามสมควร ซื่อตรงและไม่มีการหลอกลูกค้า ลองดูนะครับ ของชิ้นหนึ่งราคาไม่กี่บาท ถ้าขายให้คนที่ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ราคา อาจถูกโก่งไปเป็น 10 หรือ 100 เท่า โดยเฉพาะพวกนักท่องเที่ยวไปเที่ยวบ้านเมืองอื่นอาจถูกโก่งราคาได้ง่าย ตัวอย่างที่เห็นชัดอีกอันคือ คือเวลาฝรั่งเรียกตุ๊กๆหรือ taxi อาจถูกโก่งราคา ฝรั่งอาจเสียค่ารถแพงกว่าคนไทยหลายเท่า บางคนมองว่าเป็นโอกาสในการทำกำไร แต่ผมว่ามันเป็นการทำที่ไม่มีความซื่อตรงต่ออาชีพตนเอง</p>
<p>ทุกอาชีพควรจะมีธรรมะของอาชีพนั้นๆ และพยายามยึดถือและประพฤติให้ซื่อตรงต่อหน้าที่ของตนเอง มีคำสอนอันหนึ่งของสมเด็จพระราชบิดาฯที่ใช้เตือนใจในหมู่แพทย์ซึ่งผมคิดว่าสามารถใช้ได้กับทุกอาชีพคือ</p>
<p><em>ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภทรัพย์และเกียรติยศจะตกแก่ตัวท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปิดทองหลังพระ (2)</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-2.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Sep 2010 06:47:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=270</guid>
		<description><![CDATA[<p>พอดีได้เจอพระราชดำรัสเรื่องปิดทองหลังพระ และมีการอัญเชิญไปทำเป็น clip <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-2.html">ปิดทองหลังพระ (2)</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอดีได้เจอพระราชดำรัสเรื่องปิดทองหลังพระ และมีการอัญเชิญไปทำเป็น clip video ซึ่งถ่ายทำได้ดีมากครับ<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/C_74fMbhV28?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/C_74fMbhV28?fs=1&amp;hl=en_US" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>หวังว่าคงทำให้ท่านที่ท้อถอยหรือหมดกำลังใจได้แรงฮึดกลับมาบ้างนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปิดทองหลังพระ</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Sep 2010 01:19:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=221</guid>
		<description><![CDATA[<p>วันหนึ่ง นายจำนงค์เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับเริ่มบ่นให้ฟังว่า</p>
<p>&#8220;พี่หมอ ผมไม่ไหวแล้วนะ ทุ่มเทกับการทำงานมากขนาดนี้ ทำโดยไม่มีวันหยุด แต่เหมือนไม่มีใครเห็น เจ้านายก็ไม่ขึ้นเงินเดือน ไม่เลื่อนขั้นให้ ทำไงดีพี่&#8221;</p>
<p>ผมรู้จักนายจำนงค์มานาน ทำให้รู้สึกแปลกใจมาก  เพราะปกติแล้วนายจำนงค์จัดว่าเป็นคนดีคนหนึ่งทีเดียว แกรับผิดชอบหน้าที่หลายอย่าง ไม่ว่าด้านการเงิน การบริหาร งานพัสดุ ฯลฯ ซึ่งแกทำได้ดีมาก และเท่าที่รู้แกมีความสุขในการทำงานมาก ทำโดยไม่หวังผลตอบแทน อย่างเวลาแกทำบุญ ใส่ซองผ้าป่าก็ไม่เคยคิดจะใส่ชื่อแกไปติดที่นั่นที่นี่ หรือทำความดีอะไรก็ไม่เห็นจะคาดหวังอะไรเลย ทำไมมาคาดหวังกับการเลื่อนขั้นเลื่อนเงินเดือน ซึ่งฟังดูแล้วแปลกๆ</p>
<p>&#8220;ไหนลองเล่าให้ฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น&#8221;</p>
<p>&#8220;พี่หมอก็รู้ ผมทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีอะไรก็ทุ่มเทให้ตลอด ไม่เคยคิดคดโกงใคร ไม่มีนอกไม่มีในกับใครทั้งนั้น ผลประโยชน์ขององค์กรผมก็พิทักษ์ให้เต็มที่ ไม่เคยเอาของของใครมาเป็นของของตน ไม่เคยแม้แต่จะคิด&#8221;</p>
<p>ผมพยักหน้าช้าๆ เพราะรู้ว่าเขาทำอย่างที่พูดจริงๆ</p>
<p>&#8220;ทุกวันที่ยังทำงานที่นี้ ก็เพราะได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ และรู้สึกเหมือนกับได้ทำความดี ได้ทำบุญทุกวัน&#8221; แกพูดถึงองค์กรของเราซึ่งเป็นองค์กรที่ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น โดยไม่แสวงหากำไร</p>
<p>&#8220;ก็ดีแล้วนี่ จำนงค์ก็ทำดีแล้ว มากลุ้มใจทำไม&#8221;</p>
<p>&#8220;โถพี่หมอ เรื่องเงินเดือนนะสิ ไม่เห็นขึ้นให้บ้างเลย ไม่ได้เลื่อนขั้นมานานแล้ว ผมน่ะกินเงินเดือนอย่างเดียว ไม่เคยกินคอมมิชชั่น กินหัวคิว คอรัปชั่น เลย แต่เงินเดือนเท่านี้ ลูกเมียผมก็อยู่ได้ลำบาก ความดีน่ะกินไม่ได้นะพี่หมอ&#8221;</p>
<p>ผมพยักหน้าช้าๆด้วยความเข้าใจ และเห็นใจ</p>
<p>&#8220;จำนงค์กำลังปิดทองหลังพระอยู่รู้ไหม พี่เองก็เคยรู้สึกเหมือนที่จำนงค์รู้สึกอยู่ บางครั้งรู้สึกเหมือนว่าโลกไม่เป็นธรรมกับเรา ทำดีแล้วไม่มีใครเห็น แต่เชื่อพี่เถอะว่า ทำความดีแล้วต้องได้รับผลดี และจงทำต่อไป&#8221;</p>
<p>แล้วเราก็คุยกันต่อในเรื่องนี้ ผมรู้ว่าจำนงค์ต้องการแค่บ่นหรือต้องการที่ระบายเท่านั้น เพราะแกเป็นคนหนักแน่นพอในศีลธรรม <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0.html">ปิดทองหลังพระ</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันหนึ่ง นายจำนงค์เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับเริ่มบ่นให้ฟังว่า</p>
<p>&#8220;พี่หมอ ผมไม่ไหวแล้วนะ ทุ่มเทกับการทำงานมากขนาดนี้ ทำโดยไม่มีวันหยุด แต่เหมือนไม่มีใครเห็น เจ้านายก็ไม่ขึ้นเงินเดือน ไม่เลื่อนขั้นให้ ทำไงดีพี่&#8221;</p>
<p>ผมรู้จักนายจำนงค์มานาน ทำให้รู้สึกแปลกใจมาก  เพราะปกติแล้วนายจำนงค์จัดว่าเป็นคนดีคนหนึ่งทีเดียว แกรับผิดชอบหน้าที่หลายอย่าง ไม่ว่าด้านการเงิน การบริหาร งานพัสดุ ฯลฯ ซึ่งแกทำได้ดีมาก และเท่าที่รู้แกมีความสุขในการทำงานมาก ทำโดยไม่หวังผลตอบแทน อย่างเวลาแกทำบุญ ใส่ซองผ้าป่าก็ไม่เคยคิดจะใส่ชื่อแกไปติดที่นั่นที่นี่ หรือทำความดีอะไรก็ไม่เห็นจะคาดหวังอะไรเลย ทำไมมาคาดหวังกับการเลื่อนขั้นเลื่อนเงินเดือน ซึ่งฟังดูแล้วแปลกๆ</p>
<p>&#8220;ไหนลองเล่าให้ฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น&#8221;</p>
<p>&#8220;พี่หมอก็รู้ ผมทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีอะไรก็ทุ่มเทให้ตลอด ไม่เคยคิดคดโกงใคร ไม่มีนอกไม่มีในกับใครทั้งนั้น ผลประโยชน์ขององค์กรผมก็พิทักษ์ให้เต็มที่ ไม่เคยเอาของของใครมาเป็นของของตน ไม่เคยแม้แต่จะคิด&#8221;</p>
<p>ผมพยักหน้าช้าๆ เพราะรู้ว่าเขาทำอย่างที่พูดจริงๆ</p>
<p>&#8220;ทุกวันที่ยังทำงานที่นี้ ก็เพราะได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ และรู้สึกเหมือนกับได้ทำความดี ได้ทำบุญทุกวัน&#8221; แกพูดถึงองค์กรของเราซึ่งเป็นองค์กรที่ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น โดยไม่แสวงหากำไร</p>
<p>&#8220;ก็ดีแล้วนี่ จำนงค์ก็ทำดีแล้ว มากลุ้มใจทำไม&#8221;</p>
<p>&#8220;โถพี่หมอ เรื่องเงินเดือนนะสิ ไม่เห็นขึ้นให้บ้างเลย ไม่ได้เลื่อนขั้นมานานแล้ว ผมน่ะกินเงินเดือนอย่างเดียว ไม่เคยกินคอมมิชชั่น กินหัวคิว คอรัปชั่น เลย แต่เงินเดือนเท่านี้ ลูกเมียผมก็อยู่ได้ลำบาก ความดีน่ะกินไม่ได้นะพี่หมอ&#8221;</p>
<p>ผมพยักหน้าช้าๆด้วยความเข้าใจ และเห็นใจ</p>
<p>&#8220;จำนงค์กำลังปิดทองหลังพระอยู่รู้ไหม พี่เองก็เคยรู้สึกเหมือนที่จำนงค์รู้สึกอยู่ บางครั้งรู้สึกเหมือนว่าโลกไม่เป็นธรรมกับเรา ทำดีแล้วไม่มีใครเห็น แต่เชื่อพี่เถอะว่า ทำความดีแล้วต้องได้รับผลดี และจงทำต่อไป&#8221;</p>
<p>แล้วเราก็คุยกันต่อในเรื่องนี้ ผมรู้ว่าจำนงค์ต้องการแค่บ่นหรือต้องการที่ระบายเท่านั้น เพราะแกเป็นคนหนักแน่นพอในศีลธรรม แค่ในช่วงนี้ต้องการกำลังใจบ้างเท่านั้น ผมเองและผมก็เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยมีความรู้สึกเหมือนจำนงค์ หลายๆครั้งเราจะรู้สึกท้อแท้ ไม่รู้ทำไปทำไม หรือบางครั้งเราต้องการกำลังใจ ผมได้เล่าเรื่องให้จำนงค์ฟังถึงพระราชดำรัสที่ในหลวงพระองค์ท่านได้ตรัสเกี่ยวกับการปิดทองหลังพระไว้ ให้กับพลตำรวจเอกวิสิษฐ เดชกุญชร ซึ่งเมื่อนึกถึงทีไร ทำให้ผมได้รับกำลังใจเสมอมา ผมจำรายละเอียดพระราชดำรัสได้ไม่หมด ได้แต่เล่าไปตามความจำ แต่เห็นจำนงค์นิ่งไป แต่ประกายตาบอกได้ว่าซาบซึ้งและเข้าถึงใจมาก</p>
<p>หลังจากนั้นผมเลยมาค้นดูทาง internet เพื่อหาต้นฉบับ พบบทความเจอที่นี่<strong> </strong>http://www.oknation.net/blog/SenaArunothai/2009/12/04/entry-1</p>
<p><em>บางส่วนจาก&#8230;&#8230;บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร</em></p>
<p><em>ใน คืนวันหนึ่งของปีพ.ศ. ๒๕๑๐ (ยศในขณะนั้นพันตำรวจโท)&#8230;&#8230;หลังจากได้รับพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำแล้ว ในวังไกลกังวล&#8230;&#8230;.. ผมจำได้ว่า คืนนั้นผู้ที่โชคดีได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานพระจิตรลดา เป็นนายตำรวจ 8 นาย และนายทหารเรือ 1 นาย&#8230;. พระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงมาพร้อมด้วยกล่องใส่พระเครื่องในพระหัตถ์ ทรงอยู่ในฉลองพระองค์ชุดลำลอง&#8230;.. ขณะที่ทรงวางพระลงบนฝ่ามือที่ผมแบรับอยู่นั้น ผมมีความรู้สึกว่าองค์พระร้อนเหมือนเพิ่งออกจากเตา ภายหลัง เมื่อมีโอกาสกราบบังคมทูลถาม จึงได้ทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระเครื่ององค์นั้น ด้วยการนำเอาวัตถุมงคลหลายชนิดผสมกัน เช่น ดินจากปูชนียสถานต่างๆ ทั่วประเทศ ดอกไม้ที่ประชาชนทูลเกล้าถวายในโอกาสต่างๆ และเส้นพระเจ้า(เส้นผม) ของพระองค์เอง เมื่อผสมกันโดยใช้กาวลาเท็กซ์เป็นตัวยึดแล้ว จึงทรงกดลงในพิมพ์ ( อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ซึ่งต่อมาเป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้แกะถวาย) โดยไม่ได้เอาเข้าเตาเผา&#8230;&#8230;&#8230;</em></p>
<p><em>หลัง จากที่ได้รับพระราชทานแล้ว ทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาทมีความว่า&#8230;&#8230;.&#8221; พระที่ให้ไปน่ะ ก่อนจะเอาไปบูชา ให้ปิดทองเสียก่อน แต่ให้ปิดเฉพาะข้างหลังพระเท่านั้น &#8221; พระราชทานพระบรมราชาธิบายด้วยว่า ที่ให้ปิดทองหลังพระก็เพื่อเตือนตัวเองว่า การทำความดีไม่จำเป็นต้องอวดใคร หรือประกาศให้ใครรู้ ให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ และถือว่าความสำเร็จในการทำหน้าที่เป็นบำเหน็จรางวัลที่สมบูรณ์แล้ว&#8230;.. ผมเอาพระเครื่องพระราชทานไปปิดทองที่หลังพระแล้ว ก็ซื้อกรอบใส่ หลังจากนั้นมา สมเด็จจิตรลดาหรือพระกำลังแผ่นดินองค์นั้น ก็เป็นพระเครื่องเพียงองค์เดียวที่ห้อยคอผม&#8230;&#8230;..</em></p>
<p><em>หลัง จากที่ไปเร่ร่อนปฏิบัติหน้าที่อยู่ไกลเบื้องพระยุคลบาท ผมได้มีโอกาสกลับไปเฝ้าฯ ที่วังไกลกังวลอีก&#8230;..ความรู้สึกเมื่อได้เฝ้าฯ นอกจากจะเป็นความปีติยินดีที่ได้พระยุคลบาทอีกครั้งหนึ่งแล้ว ก็มีความน้อยใจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ลำบาก และเผชิญอันตรายนานาชนิด บางครั้งจนแทบเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ปรากฎว่ากรมตำรวจมิได้ตอบแทนด้วยบำเหน็จใดๆ ทั้งสิ้น&#8230;&#8230;..</em></p>
<p><em>ก่อน เสด็จขึ้นคืนนั้น ผมจึงก้มลงกราบบนโต๊ะเสวย แล้วกราบบังคมทูลว่า ใคร่ขอพระราชทานอะไรสักอย่างหนึ่ง&#8230;&#8230;&#8230;. พระเจ้าอยู่หัวตรัสถามว่า &#8220;จะเอาอะไร?&#8221; และผมก็กราบบังคมทูลอย่างกล้าหาญชาญชัยว่า จะขอพระบรมราชานุญาต ปิดทองบนหน้าพระ ที่ได้รับพระราชทานไป พระเจ้าอยู่หัวตรัสถามเหตุผลที่ผมขอปิดทองหน้าพระ&#8230;.. ผมกราบบังคมทูลอย่างตรงไปตรงมาว่า&#8230;.พระสมเด็จจิตรลดาหรือพระกำลังแผ่นดิน นั้น นับตั้งแต่ได้รับพระราชทานไปห้อยคอแล้ว ต้องทำงานหนักและเหนื่อยเป็นที่สุด เกือบได้รับอันตรายร้ายแรงก็หลายครั้ง มิหนำซ้ำกรมตำรวจยังไม่ให้เงินเดือนขึ้นแม้แต่บาทเดียวอีกด้วย&#8230;&#8230; พระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล (ยิ้ม) ก่อนที่จะมีพระราชดำรัสตอบด้วยพระสุรเสียงที่ส่อพระเมตตาและพระกรุณาว่า</em></p>
<p><em>&#8220;ปิดทองไปข้างหลังพระเรื่อยๆ แล้วทองจะล้นออกมาที่หน้าพระเอง&#8230;&#8230;&#8221;</em></p>
<p><strong> หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับพระราชดำรัสนี้ไว้เตือนใจ และขอให้ช่วยให้กำลังใจเพื่อนร่วมงาน และคนอื่นๆด้วยครับ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บารมี 10 กับชีวิตประจำวัน</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/baramee10.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/baramee10.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Sep 2010 01:13:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=207</guid>
		<description><![CDATA[<p>ช่วงเดือนก่อนผมได้มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อจันทร์ศรี ที่วัดโพธิ์สมภรณ์ จังหวัด อุดรธานี จริงๆนับว่าผมโชคดีมาก เนื่องจากไม่ได้คิดว่าจะได้พบกับพระอาจารย์จันทร์ศรี แต่พอดีเป็นช่วงที่วัดมีงาน และมีคนเข้าวัดเต็มศาลาเลย ผมได้มีโอกาสแค่กราบอยู่ข้างนอก ก็รู้สึกอิ่มบุญ ปลาบปลื้มมาก ดูท่านอาจารย์ช่างชดงาม และผ่องใสยิ่ง</p>
<p>หลังจากนั้นผมได้มีโอกาสเดินขึ้นนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐฐิของครูบาอาจารย์หลายท่าน สิ่งที่ผมประทับใจมากอย่างหนึ่งในวันนั้นคือการที่ได้อ่านเรื่องบารมี 10 ทัศ ซึ่งจารึกไว้ที่ตัวองค์เจดีย์ ซึ่งได้มีการแจกแจงไว้ดังนี้</p>
<p>ทานบารมี</p>
<p>หม้อน้ำเต็มเปี่ยม ใครผู้ใดคว่ำปากลง น้ำย่อมไหลออกหมด ไม่ขังอยู่ฉันใด ท่านก็ฉันนั้นเหมือนกัน เห็นยาจก ไม่ว่าต่ำทราม ปานกลางและสูงส่ง จงให้ทานให้หมด เหมือนหม้อน้ำคว่ำ</p>
<p>ศีลบารมี
จารมี หางคล้องติดในที่ใดก็ตาม ปลดขนหางออกไม่ได้ ก็ยอมตายในที่นั้น แม้ฉันใด ท่านจงรักษาศีลไว้ทุกเมื่อ เหมือนจารมีรักษาขน</p>
<p>เนกขัมมบารมี
อยู่มานานในเรือนจำ ลำบากเพราะความทุกข์ แสวงหาความพ้นออกไปอย่างนั้น แม้ฉันใด ท่านจงเห็นภพทั้งปวงเหมือนเรือนจำ เป็นผู้มุ่งหน้าออกบวช เพื่อพ้นออกไปฉันนั้น</p>
<p>ปัญญาบารมี
ภิกษุเมื่อเที่ยวบิณฑบาต ไม่เว้นตระกูลต่ำ สูง และปานกลาง ย่อมได้อาหารเป็นเครื่องยังชีพ ด้วยอาการอย่างนี้ แม้ฉันนั้น ท่านอย่าได้เว้นใครๆเลย พึงเข้าไปหาบัณฑิตแม้ทั้งหมดไต่ตามปัญหา</p>
<p>วิริยบารมี
พญาราชสีห์ เป็นผ็มีความเพียรไม่ย่อหน่อยในอิริยาบถทั้งปวง ประคองใจไว้ในกาลทุกเมื่อ แม้ฉันใด ท่านจงประคองความเพียรไว้มั่น ตลอดทุกภพ</p>
<p>ขันติบารมี
ธรรมดาแผ่นดินย่อมอดกลั้นสิ่งทั้งปวง ที่คนทั้งหลายเขาทิ้งลง สะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/baramee10.html">บารมี 10 กับชีวิตประจำวัน</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงเดือนก่อนผมได้มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อจันทร์ศรี ที่วัดโพธิ์สมภรณ์ จังหวัด อุดรธานี จริงๆนับว่าผมโชคดีมาก เนื่องจากไม่ได้คิดว่าจะได้พบกับพระอาจารย์จันทร์ศรี แต่พอดีเป็นช่วงที่วัดมีงาน และมีคนเข้าวัดเต็มศาลาเลย ผมได้มีโอกาสแค่กราบอยู่ข้างนอก ก็รู้สึกอิ่มบุญ ปลาบปลื้มมาก ดูท่านอาจารย์ช่างชดงาม และผ่องใสยิ่ง</p>
<p>หลังจากนั้นผมได้มีโอกาสเดินขึ้นนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐฐิของครูบาอาจารย์หลายท่าน สิ่งที่ผมประทับใจมากอย่างหนึ่งในวันนั้นคือการที่ได้อ่านเรื่องบารมี 10 ทัศ ซึ่งจารึกไว้ที่ตัวองค์เจดีย์ ซึ่งได้มีการแจกแจงไว้ดังนี้</p>
<p><strong>ทานบารมี</strong></p>
<p>หม้อน้ำเต็มเปี่ยม ใครผู้ใดคว่ำปากลง น้ำย่อมไหลออกหมด ไม่ขังอยู่ฉันใด ท่านก็ฉันนั้นเหมือนกัน เห็นยาจก ไม่ว่าต่ำทราม ปานกลางและสูงส่ง จงให้ทานให้หมด เหมือนหม้อน้ำคว่ำ</p>
<p><strong>ศีลบารมี<br />
</strong>จารมี หางคล้องติดในที่ใดก็ตาม ปลดขนหางออกไม่ได้ ก็ยอมตายในที่นั้น แม้ฉันใด ท่านจงรักษาศีลไว้ทุกเมื่อ เหมือนจารมีรักษาขน</p>
<p><strong>เนกขัมมบารมี<br />
</strong>อยู่มานานในเรือนจำ ลำบากเพราะความทุกข์ แสวงหาความพ้นออกไปอย่างนั้น แม้ฉันใด ท่านจงเห็นภพทั้งปวงเหมือนเรือนจำ เป็นผู้มุ่งหน้าออกบวช เพื่อพ้นออกไปฉันนั้น</p>
<p><strong>ปัญญาบารมี<br />
</strong>ภิกษุเมื่อเที่ยวบิณฑบาต ไม่เว้นตระกูลต่ำ สูง และปานกลาง ย่อมได้อาหารเป็นเครื่องยังชีพ ด้วยอาการอย่างนี้ แม้ฉันนั้น ท่านอย่าได้เว้นใครๆเลย พึงเข้าไปหาบัณฑิตแม้ทั้งหมดไต่ตามปัญหา</p>
<p><strong>วิริยบารมี<br />
</strong>พญาราชสีห์ เป็นผ็มีความเพียรไม่ย่อหน่อยในอิริยาบถทั้งปวง ประคองใจไว้ในกาลทุกเมื่อ แม้ฉันใด ท่านจงประคองความเพียรไว้มั่น ตลอดทุกภพ</p>
<p><strong>ขันติบารมี<br />
</strong>ธรรมดาแผ่นดินย่อมอดกลั้นสิ่งทั้งปวง ที่คนทั้งหลายเขาทิ้งลง สะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ย่อมไม่ขุ่นเคืองเพราะการกระทำนั้น แม้ฉันใด ท่านจงเป็นผู้อดทนต่อการนับถือและการดูหมิ่นของคนทั้งปวง</p>
<p><strong>สัจจบารมี<br />
</strong>ธรรมดาดาวประกายพรึกในฤดูทั้งปวง ย่อมเที่ยงตรงดุจตราชั่ว หาได้ละวิถีวงโคจรของตนไปในวิถีอื่นไม่ แม้ฉันนั้น ฟ้าจะผ่าลงบนกระหม่อมก็ตาม อย่าได้กล่าวมุสาทั้งที่รู้ ไม่ออกนอกทางสัจจะ มีคำพูดไม่เป็นสอง</p>
<p><strong>อธิษฐานบารมี<br />
</strong>ภูเขาหินไม่หวั่นไหว ไม่สะเทือนเพราะแรงลมกล้า คงตั้งอยู่ในที่ของตนแม้ฉันใด ท่านจงเป็นผู้ไม่หวั่นไหว ในการตั้งใจมั่นของตน ในกาลทั้งปวง</p>
<p><strong>เมตตาบารมี<br />
</strong>ธรรมดา น้ำย่อมแผ่ความชุ่มเย็น ไปให้คนดีและคนเลวโดยเสมอกัน ชะล้างมลทินคือธุลีออกได้ แม้ฉันใด ท่านจงเจริญเมตตาให้สม่ำเสมอทั้งในชนที่เกื้อกูลและไม่เกื้อกูล</p>
<p><strong>อุเบกขาบารมี<br />
</strong>ธรรมดาแผ่นดินย่อมวางเฉย ทั้งในของสะอาดและของสกปรกที่คนทิ้งลง เว้นจากความยินดีและความโกรธทั้งสองนั้น แม้ฉันใด ท่านจงเป็นประดุจตราชั่วทั้งในสุขและทุกข์ ในกาลทุกเมื่อ</p>
<p>ไม่รู้สิครับว่า ท่านอ่านแล้วได้อะไรบ้าง สำหรับผมได้รับแรงบันดาลใจอย่างบอกไม่ถูกครับ เป็นแรงที่ช่วยให้กำลังใจเราให้ทำความดี ดำรงตนอยู่ในศีลในธรรม ไม่หรอกครับ ผมไม่อาจเอื้อมที่จะดำรงตนหรือปรารถนาจะเป็นพระโพธิสัตย์ เพราะบารมีและคุณงามความดียังน้อยนิดมาก แต่การได้อ่านบารมีต่างๆที่จำเป็นต้องบำเพ็ญเพียร เพื่อให้ความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าช่างยิ่งใหญ่นัก ท่านต้องทนลำบากมากมายนับไม่ถ้วน เพื่อจะได้มาซึ่งความบริสุทธิ์หลุดพ้นอย่างแท้จริง</p>
<p>พวกเราเองเป็นเพียงมนุษย์ที่เกิดมาแค่คนหนึ่งในห้วงสังสารวัฏนี้ มีหลายต่อหลายครั้งที่เราตั้งใจทำความดี หรือตั้งใจทำอะไรแล้วไม่ได้ผลดีตอบแทน หรือต้องเจอคนไม่เห็นด้วย คนไม่เข้าใจ ตลอดจนพบอุปสรรคมากมาย เราอาจเสียกำลังใจไปบ้าง ขออย่าให้ท้อแท้ ถ้าเราคิดได้ว่าเรากำลังทำความดีเพราะมันเป็นความดี ความดีย่อมควรค่าแก่การกระทำเสมอ ไม่จำเป็นต้องมีใครเห็นหรือเข้าใจหรือยอมรับ ถ้าเราทำดีมันก็จะเป็นบุญบารมีของเราเอง และมันจะเป็นอริยทรัพย์ที่ติดตัวเราไปได้เมื่อเราจากโลกนี้ไปแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/baramee10.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่มาของ &#8220;บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต&#8221;</title>
		<link>https://www.justadoctor.com/lifememo/preface.html</link>
		<comments>https://www.justadoctor.com/lifememo/preface.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 14:35:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>InMyMind</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.justadoctor.com/?p=199</guid>
		<description><![CDATA[<p>ใครเคยเขียนบันทึกเรื่องราวบางสิ่งบางอย่างในชีวิตตัวเองบ้างเอ่ย ผมเชื่อว่าแทบทุกคนอย่างน้อยคงจะเคยเขียนบันทึกบ้าง อาจอยู่ในรูปไดอารี่ หรือบันทึกส่วนตัวอะไรก็ตามแต่ ผมเองก็เคยเขียนไดอารี่เหมือนกันตอนเด็กๆ เท่าที่จำได้เคยเขียนตอนอยู่ประถมและมัธยมต้น พอโตกว่านั้นก็ไม่ได้มีการเขียนเป็นเรื่องเป็นราว จะมีการบันทึกเรื่องราวบ้างก็เป็นเฉพาะในช่วงสำคัญๆ หรือมีประเด็นบางอย่างในชีวิตเท่านั้น เช่น ตอนที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญๆ หรือตอนที่มีความทุกข์อย่างมาก</p>
<p>ในช่วงเวลาดังกล่าว หลายคนจะระบายเรื่องราวที่คับข้องใจให้คนอื่นฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีครับ ถ้าเรามีคนรู้ใจ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูง ญาติ ซึ่งเขาเหล่านั้นจะเป็นกัลยาณมิตรช่วยเราได้ บางครั้งเขาแค่รับฟังเราพูดก็ช่วยเราได้มากที่เดียว หรือดีไปกว่านั้นเขาอาจจะเป็นที่ปรึกษาให้ข้อคิดหรือแนะนำสิ่งดีๆแก่เราได้</p>
<p>แต่สำหรับผมเวลามีปัญหาหนักอกหนักใจมากๆ ถ้าได้นั่งลงและเขียนเรื่องราวอะไรก็ได้ที่อยากเขียนออกมา อาจเป็นในรูปการคุยกับตัวเอง หรือเขียนประเด็นต่างๆที่คาอยู่ในใจทั้งหมดออก จะทำให้รู้สึกโล่ง บางครั้งอาจทำให้มองเห็นทางออกเลยทีเดียว และบันทึกที่เขียนเหล่านั้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราได้ย้อนกลับมาอ่านใหม่ จะรู้สึกดีมาก จะเห็นตัวเราในอดีตเลยครับ บางครั้งมองออกเลยขณะนั้นเรากำลังอยู่ในอารณ์แบบใด มีความรัก โลภ โกรธหรือหลงอยู่มากน้อยแค่ไหน หรือมัวแค่คลุกอยู่กับปัญหาซึ่งกำลังฝุ่นตลบอยู่ การอ่านย้อนหลังจะเป็นเครื่องเตือนใจหรือสอนใจเราได้ดีมาก</p>
<p>นอกจากเรื่องราวสำคัญๆในบางช่วงของชีวิตแล้วแล้ว อีกสิ่งที่ผมอยากจะบันทึกแต่ก็ไม่เคยได้บันทึกคือ เรื่องราวหรือประเด็นที่น่าสนใจบางอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ซึ่งอาจเป็นความคิดที่แวบขึ้นมาเอง หรือเป็นข้อคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือ หรือการได้พบกับสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ดีบ้าง สิ่งที่ไม่ดีบ้าง แต่เราก็ได้เรียนรู้อะไรต่างๆจากมันพอสมควร แม้ว่าเรื่องราวทุกอย่างจะผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป คงอยู่ได้ไม่นาน แต่การบันทึกจะช่วยทำให้เราเก็บภาพ เก็บความทรงจำ ความรู้สึก หรือความคิดในช่วงเวลานั้นๆได้  ซึ่งจะมีประโยชน์มากในอนาคตเมื่อเรากลับมาอ่านใหม่หรือระลึกถึงมัน</p>
<p>ผมเองเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก เรื่องราวชีวประวัติของบุคคลต่างๆก็อ่าน ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลสำคัญก็อ่านครับ เคยอ่านผ่านตาที่ไหนจำไม่ได้แล้วว่า การอ่านเรื่องราวต่างๆโดยเฉพาะข้อผิดพลาดของคนอื่นจะช่วยเราได้มาก เพราเราไม่มีเวลาจะพลาดเองได้ทุกเรื่อง อีกประโยชน์ที่ผมชอบมากคือ Experience is <span style="color:#777"> . . . &#8594; Read More: <a href="https://www.justadoctor.com/lifememo/preface.html">ที่มาของ &#8220;บันทึกบางสิ่งบางอย่างในชีวิต&#8221;</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ใครเคยเขียนบันทึกเรื่องราวบางสิ่งบางอย่างในชีวิตตัวเองบ้างเอ่ย ผมเชื่อว่าแทบทุกคนอย่างน้อยคงจะเคยเขียนบันทึกบ้าง อาจอยู่ในรูปไดอารี่ หรือบันทึกส่วนตัวอะไรก็ตามแต่ ผมเองก็เคยเขียนไดอารี่เหมือนกันตอนเด็กๆ เท่าที่จำได้เคยเขียนตอนอยู่ประถมและมัธยมต้น พอโตกว่านั้นก็ไม่ได้มีการเขียนเป็นเรื่องเป็นราว จะมีการบันทึกเรื่องราวบ้างก็เป็นเฉพาะในช่วงสำคัญๆ หรือมีประเด็นบางอย่างในชีวิตเท่านั้น เช่น ตอนที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญๆ หรือตอนที่มีความทุกข์อย่างมาก</p>
<p>ในช่วงเวลาดังกล่าว หลายคนจะระบายเรื่องราวที่คับข้องใจให้คนอื่นฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีครับ ถ้าเรามีคนรู้ใจ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูง ญาติ ซึ่งเขาเหล่านั้นจะเป็นกัลยาณมิตรช่วยเราได้ บางครั้งเขาแค่รับฟังเราพูดก็ช่วยเราได้มากที่เดียว หรือดีไปกว่านั้นเขาอาจจะเป็นที่ปรึกษาให้ข้อคิดหรือแนะนำสิ่งดีๆแก่เราได้</p>
<p>แต่สำหรับผมเวลามีปัญหาหนักอกหนักใจมากๆ ถ้าได้นั่งลงและเขียนเรื่องราวอะไรก็ได้ที่อยากเขียนออกมา อาจเป็นในรูปการคุยกับตัวเอง หรือเขียนประเด็นต่างๆที่คาอยู่ในใจทั้งหมดออก จะทำให้รู้สึกโล่ง บางครั้งอาจทำให้มองเห็นทางออกเลยทีเดียว และบันทึกที่เขียนเหล่านั้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราได้ย้อนกลับมาอ่านใหม่ จะรู้สึกดีมาก จะเห็นตัวเราในอดีตเลยครับ บางครั้งมองออกเลยขณะนั้นเรากำลังอยู่ในอารณ์แบบใด มีความรัก โลภ โกรธหรือหลงอยู่มากน้อยแค่ไหน หรือมัวแค่คลุกอยู่กับปัญหาซึ่งกำลังฝุ่นตลบอยู่ การอ่านย้อนหลังจะเป็นเครื่องเตือนใจหรือสอนใจเราได้ดีมาก</p>
<p>นอกจากเรื่องราวสำคัญๆในบางช่วงของชีวิตแล้วแล้ว อีกสิ่งที่ผมอยากจะบันทึกแต่ก็ไม่เคยได้บันทึกคือ เรื่องราวหรือประเด็นที่น่าสนใจบางอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ซึ่งอาจเป็นความคิดที่แวบขึ้นมาเอง หรือเป็นข้อคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือ หรือการได้พบกับสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ดีบ้าง สิ่งที่ไม่ดีบ้าง แต่เราก็ได้เรียนรู้อะไรต่างๆจากมันพอสมควร แม้ว่าเรื่องราวทุกอย่างจะผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป คงอยู่ได้ไม่นาน แต่การบันทึกจะช่วยทำให้เราเก็บภาพ เก็บความทรงจำ ความรู้สึก หรือความคิดในช่วงเวลานั้นๆได้  ซึ่งจะมีประโยชน์มากในอนาคตเมื่อเรากลับมาอ่านใหม่หรือระลึกถึงมัน</p>
<p>ผมเองเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก เรื่องราวชีวประวัติของบุคคลต่างๆก็อ่าน ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลสำคัญก็อ่านครับ เคยอ่านผ่านตาที่ไหนจำไม่ได้แล้วว่า การอ่านเรื่องราวต่างๆโดยเฉพาะข้อผิดพลาดของคนอื่นจะช่วยเราได้มาก เพราเราไม่มีเวลาจะพลาดเองได้ทุกเรื่อง อีกประโยชน์ที่ผมชอบมากคือ Experience is a great teacher, but her fee is very high</p>
<p>เรื่องราวต่างๆในบันทึกส่วนนี้ จะเป็นเรื่องราวหรือเป็นเพียงแวบของความคิดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ผมจะบันทึกอย่างที่อยากจะเขียนให้ตัวเองอ่านครับ บางเรื่องอาจดูเป็นเรื่องส่วนตัว หรืออาจถูกถามว่าบันทึกทำไม ก็แล้วแต่ครับ อย่างที่บอกผมถือว่า website นี้เป็น(แค่)บันทึกส่วนตัวของผม แต่ก็ยินดีครับถ้าจะเข้ามาอ่านด้วย และถ้าได้อะไรกลับไปบ้างก็ยิ่งดีครับ เรื่องบางอย่างที่ดูไม่เกี่ยวข้อง ไม่สนใจก็ไม่มีปัญหาครับ ข้ามๆไปได้เลย ผมไม่ได้เขียนเป็นเรื่องเป็นราวเรียงลำดับตามเวลา อยากอ่านบทไหน ตอนใด เชิญได้ตามสะดวกครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.justadoctor.com/lifememo/preface.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
